วันที่ 5 ก.ค.69 - ตำรวจขยายผลคดีเฮโรอีนข้ามชาติที่เชื่อมโยงกับแอร์โฮสเตสสาว “มีนา” โดยคุมตัวนายอุทัย ผู้ต้องหาที่ถูกระบุว่าเป็นชายสวมฮู้ดสีน้ำเงิน ไปชี้จุดเพิ่มเติมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังให้การอ้างว่า พัสดุกระเป๋าลายช้างที่นำไปส่งให้ผู้รับในซอยเสือใหญ่ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา ถูกปฏิเสธไม่รับของ ทำให้ต้องไปรับพัสดุกลับคืนในวันที่ 26 มิถุนายน ก่อนนำไปทิ้งเพื่อทำลายหลักฐาน
พลตำรวจตรี ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ตำรวจสามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้อีก 1 ราย เป็นเพื่อนของนายอุทัย ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีส่วนรับฝากและนำกระเป๋าลายช้างซุกซ่อนเฮโรอีนที่ถูกตีกลับไปทิ้ง หลังคดีแอร์โฮสเตสสาวถูกจับกุมที่ออสเตรเลียกลายเป็นข่าวใหญ่

ตามแนวทางสอบสวน นายอุทัยอ้างว่า หลังรับพัสดุกลับมา ได้นำไปฝากไว้กับเพื่อนคนดังกล่าว ก่อนที่เพื่อนจะนำกระเป๋าไปซ่อนในถุงดำและนำไปทิ้งริมทางในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่จึงพาไปชี้จุดเพื่อเก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยหลักฐานที่ตรวจพบจะถูกส่งตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป
จากการสอบปากคำเพิ่มเติม นายอุทัยยังอ้างว่า ได้รับกระเป๋าลายช้างบรรจุเฮโรอีนมาจากอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา โดยได้รับค่าจ้างเที่ยวละ 60,000 บาท ก่อนนำของมาพักไว้ที่หอพักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อจัดแพ็กลงกล่องพัสดุ แล้วจ้างนายอติราช หรือ “เป้” ขับรถเก๋งจากอยุธยาไปส่งพัสดุที่คอนโดมิเนียมย่านบางนา ค่าจ้าง 1,600 บาท ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของนายเป้ก่อนหน้านี้
ตำรวจระบุว่า นายอุทัยยอมรับว่าเคยจ้างนายเป้ขับรถไปส่งพัสดุรวม 3 ครั้ง แต่จำค่าจ้าง 2 ครั้งแรกไม่ได้ มีเพียงครั้งล่าสุดที่จำได้ว่าให้ค่าจ้าง 1,600 บาท ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสอง นายอุทัยอ้างว่า รู้จักนายเป้ผ่านเพื่อนที่เคยเรียกใช้บริการมาก่อน จึงขอเบอร์โทรศัพท์ไว้ติดต่อ

อีกประเด็นที่ตำรวจให้ความสำคัญ คือบัญชีไลน์ชื่อ “รินริน” ซึ่งนายอุทัยอ้างว่าใช้ติดต่อเพื่อนัดรับกระเป๋าซุกซ่อนเฮโรอีนที่อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา โดยระบุว่าติดต่อผ่านไลน์ชื่อนี้ทั้ง 3 ครั้งที่ไปรับของ แต่ยังไม่ทราบว่าผู้ที่พูดคุยผ่านไลน์เป็นบุคคลเดียวกับคนที่นำของมาส่งมอบจริงหรือไม่


ขณะนี้ตำรวจยังไม่เปิดเผยว่า ไลน์ชื่อ “รินริน” เป็นผู้สั่งการให้นำพัสดุไปส่งที่คอนโดมิเนียมย่านบางนาให้แอร์โฮสเตสสาวหรือไม่ โดยขอเวลาสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม ทั้งข้อมูลการติดต่อ เส้นทางการเงิน บุคคลที่เกี่ยวข้อง และความเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ
ตำรวจย้ำว่า การขยายผลคดีนี้จะยึดพยานหลักฐานเป็นหลัก โดยเฉพาะหลักฐานจากจุดทิ้งกระเป๋า ข้อมูลโทรศัพท์ บัญชีไลน์ ภาพกล้องวงจรปิด และผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อเชื่อมโยงไปถึงผู้สั่งการ ผู้จัดส่ง และผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด




