วันที่ 6 ก.ค.69 - พลตำรวจตรี จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากกรณีศุลกากรฮ่องกงตรวจยึดกัญชาแห้งประมาณ 23 กิโลกรัม พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ที่เดินทางมาจากประเทศไทย รวมถึงกรณีอินโดนีเซียตรวจยึดกัญชาคุณภาพสูงจากไทยรวม 3.37 ตัน และกรณีโปแลนด์ยึดกัญชา 1.2 ตัน ที่ซุกซ่อนในอิฐลูกรังบรรจุตู้คอนเทนเนอร์ส่งออกจากไทย สะท้อนว่าขบวนการลักลอบขนกัญชาข้ามชาติมีการใช้หลายรูปแบบ ทั้งการเดินทางโดยบุคคลและการส่งออกทางสินค้า
สำนักงานตำรวจแห่งชาติย้ำว่า แม้กัญชาจะมีการปลดล็อกบางส่วนสำหรับการใช้ทางการแพทย์ภายในประเทศไทย แต่การนำกัญชาออกนอกประเทศยังอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวด และอาจเป็นความผิดร้ายแรงในประเทศปลายทาง โดยหลายประเทศยังจัดกัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษ และมีบทลงโทษตั้งแต่จำคุกตลอดชีวิตไปจนถึงโทษประหารชีวิต
สำหรับกฎหมายไทยที่เกี่ยวข้อง ผู้กระทำผิดอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาของ รวมค่าอากร หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ ยังอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 และประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องสมุนไพรควบคุม กัญชา พ.ศ. 2568 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนว่า นักเดินทางไม่ควรรับฝากกระเป๋า สิ่งของ หรือพัสดุจากบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นคนแปลกหน้า คนรู้จัก หรือผู้ว่าจ้างผ่านช่องทางออนไลน์ เพราะหากตรวจพบสิ่งผิดกฎหมาย ผู้ถือครองสัมภาระอาจต้องรับผิดในฐานะผู้ครอบครองและลักลอบนำออกนอกประเทศ
ประชาชนควรตรวจสอบสัมภาระของตนเองอย่างละเอียดก่อนเดินทาง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่อาจมีส่วนผสมของกัญชา เช่น ยาดม ชา ขนม เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรบางชนิด เพราะแม้บางรายการอาจจำหน่ายได้ในประเทศไทย แต่เมื่อนำเข้าประเทศปลายทางอาจถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย
ตำรวจยังเตือนห้ามรับงานเป็น “คนหิ้ว” หรือรับส่งสิ่งของข้ามประเทศโดยเด็ดขาด เนื่องจากไม่สามารถรู้ได้ว่าสิ่งของภายในถูกซุกซ่อนอะไรไว้ และอาจตกเป็นเครื่องมือของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งอาจใช้วิธีหลอกลวง ข่มขู่ หรือทำร้ายประชาชนเพื่อปกป้องเครือข่ายของตนเอง
สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัย การชักชวนรับจ้างขนของไปต่างประเทศ หรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการลักลอบนำกัญชาออกนอกประเทศ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 และ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บเป็นความลับ








