รัสเซียส่งโดรนโจมตีรถบัสพลเรือนในแคว้นซูมี ยูเครน ดับ 9 ศพ บาดเจ็บ 7 ราย หลังเจรจาสันติภาพล้มเหลว

วันที่ 17 พฤษภาคม 2568 รัสเซียได้ส่งโดรนโจมตีรถบัสพลเรือนในแคว้นซูมี ทางตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย และบาดเจ็บอีก 7 ราย เหตุการณ์เกิดขึ้นใกล้เมืองบิโลพิลยา ขณะที่รถบัสกำลังอพยพพลเรือนออกจากพื้นที่ที่ถูกระดมยิงอย่างหนัก ตำรวจแห่งชาติยูเครนประณามการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็น "อาชญากรรมสงครามที่ไร้ศีลธรรม" และระบุว่ากองทัพรัสเซียได้โจมตีเป้าหมายพลเรือนโดยไม่คำนึงถึงกฎหมายระหว่างประเทศและหลักมนุษยธรรมใดๆ ประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี กล่าวประณามการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็นการสังหารพลเรือนโดยเจตนา และเรียกร้องให้นานาชาติเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียเพื่อยุติการรุกราน

ด้านกระทรวงกลาโหมรัสเซียอ้างว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นการโจมตีเป้าหมายทางทหารของยูเครนในแคว้นซูมี อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของยูเครนยืนยันว่ารถบัสที่ถูกโจมตีเป็นรถบัสพลเรือนที่ไม่มีเครื่องหมายทางทหารใดๆ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนในนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี ซึ่งเป็นการเจรจาโดยตรงครั้งแรกในรอบหลายปีนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นในปี 2565 อย่างไรก็ตาม การเจรจาดังกล่าวยังคงล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันได้ที่จะแลกเปลี่ยนเชลยศึกระหว่างกัน  การโจมตีครั้งนี้เน้นย้ำถึงความรุนแรงที่ยังคงดำเนินอยู่ในแคว้นซูมี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถูกโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่อง และสร้างความสูญเสียให้กับพลเรือนอย่างมาก