กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนภัย ฉบับที่ 6 ทะเลอันดามันคลื่นสูง 2-3 เมตร พร้อมระบุจังหวัดที่มีฝนตกหนักถึงหนักมากทั่วประเทศ ครอบคลุมพื้นที่จากเชียงรายถึงภูเก็ต

13 กรกฎาคม 2568 – กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยและคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันตอนบน (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 12-13 กรกฎาคม 2568) ฉบับที่ 6 (179/2568) โดยเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอันตรายจากสถานการณ์สภาพอากาศที่รุนแรง
ในวันนี้ (13 กรกฎาคม 2568) ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ภาคเหนือบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา น่าน หนองคาย และบึงกาฬ เนื่องจากอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศเมียนมาตอนบน ภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง

จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก 13 ก.ค. 2568:
 ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำปาง, พะเยา, น่าน, ตาก, พิษณุโลก, และเพชรบูรณ์
 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย, หนองคาย, บึงกาฬ, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, มุกดาหาร, อำนาจเจริญ, และอุบลราชธานี
 ภาคกลาง: จังหวัดลพบุรี, สระบุรี, พระนครศรีอยุธยา, กาญจนบุรี, นครปฐม, สมุทรสาคร, รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
 ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก, ปราจีนบุรี, ฉะเชิงเทรา, จันทบุรี, และตราด
 ภาคใต้: จังหวัดระนอง, พังงา, และภูเก็ต

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิด น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มต่ำ ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทย และทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบน ควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าวไว้ด้วย

เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง และติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือที่เบอร์โทรศัพท์ 0-2399-4012-13 และสายด่วน 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง