‘อนุทิน’ เปิดเพจหาเสียงใหม่สดๆซิงๆ เป็นช่องทางสื่อสารกับปชช.-สื่อ แจงยิบ3เหตุผลไม่ขึ้นดีเบต ติดข้อจํากัดจากตําแหน่งนายกฯ รับไม่สบายใจบรรยากาศ ‘สร้างวาทกรรม’ โจมตีกันไปมา

วานนี้ 28 ธันวาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์ชี้แจงเหตุผล ในการไม่ขึ้นดีเบต ผ่านเพจเฟสบุ๊ค“อนุทิน เบอร์ 37” ที่เพิ่งตั้งขึ้นมาใหม่ ระบุว่า พี่น้องประชาชนที่เคารพครับ นับจากวันนี้เป็นต้นไป เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ กกต. ผมขอใช้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่สื่อสารกับพี่น้องประชาชนชาวไทยผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคน เพื่อให้ท่านได้พิจารณานโยบาย แนวคิด และแนวทางการทํางานของผมและพรรคภูมิใจไทย ก่อนตัดสินใจลงคะแนนเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นะครับ

เรื่องแรกที่อยากจะบอก คือ ผมขออนุญาตไม่รับเชิญไปเวทีดีเบต ด้วยเหตุผล 3 ข้อ

1. ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมมีหน้าที่ต้องบริหารสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา ซึ่งผมจะมีข้อจํากัด ไม่สามารถนําเสนอข้อมูลใดๆ ที่จะกระทบต่อการทํางานของกองทัพและส่วนราชการที่กําลังปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งอยู่เหนือกว่าประโยชน์ใดๆ และแม้ผู้สมัครท่านอื่นๆจะไม่มีข้อจํากัดนี้ ผมก็ขอวิงวอนให้ทั้งผู้จัดรายการและผู้ร่วมเวทีดีเบตได้ช่วยกันระมัดระวังในการนําเสนอ เพื่อไม่ให้กระทบต่อขวัญกําลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และต่อความมั่นคงของชาติด้วยนะครับ

2. ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมยังมีหน้าที่ที่ต้องบริหารราชการจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ การตอบรับไปร่วมเวทีดีเบตหรือให้สัมภาษณ์ในรายการต่างๆ เพื่อหาเสียง อาจจะส่งผลกระทบต่องานราชการได้ หากตอบรับแล้วต้องเลื่อนเพราะมีภารกิจด่วน ก็จะกระทบต่อการดําเนินการของผู้จัดรายการได้ ผมต้องขออภัยหลายๆรายการไว้ณ โอกาสนี้ และขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติและปรารถนาดี ในการเปิดโอกาสให้ผมได้มีพื้นที่สื่อสารกับพี่น้องประชาชนนะครับ ในช่วงเวลาเช่นนี้ ผมต้องทําหน้าที่นายกรัฐมนตรีมากกว่าหัวหน้าพรรคการเมือง แต่พรรคภูมิใจไทยพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับผู้จัดรายการทุกท่านด้วยการส่ง สมาชิกพรรคภูมิใจไทย ผู้เสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย และผู้ช่วยหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยไปร่วมนําเสนอนโยบายในทุกโอกาสที่เป็นไปได้ครับ

3. เป็นเหตุผลส่วนตัว จากประสบการณ์ ผมไม่สบายใจกับบรรยากาศของการดีเบต ที่บ่อยครั้งจะมีการสร้างวาทกรรมโจมตีกันไปมา ประกอบกับ ผมมีข้อจํากัดส่วนตัว ไม่สามารถพูดอย่างที่ตั้งใจได้ในเวลาสั้นๆเพียง 1-3 นาที เกรงว่าจะทําให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ ผมเห็นว่าการนําเสนอนโยบายสาธารณะเพื่อให้พี่น้องประชาชนพิจารณาตัดสินใจไปใช้สิทธิเลือกตั้งนั้น ต้องมีเวลาทั้งผู้พูดและผู้ฟัง ผมไม่ใช่คนพูดเก่งที่จะเหมาะกับเวทีดีเบตลักษณะนี้ จึงขอใช้เวลาไปกับการทํางานให้ประชาชน และขอให้ผลการทํางานของผมได้พูดแทนผมนะครับ

ด้วยเหตุผลที่เรียนมา ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ผมจึงขอใช้พื้นที่นี้เป็นช่องทางการสื่อสารหลักกับพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชน ขอให้ทุกท่านได้มาพูดคุยแลกเปลี่ยน และร่วมกันเสนอแนวคิดเพื่อพัฒนาประเทศไทยของเราได้ที่นี่ทุกวันนะครับ หากมีแนวคิดที่เป็นประโยชน์และทําได้เลย ผมก็จะน้อมนําไปปฏิบัติทันที ไม่ต้องรอไว้ทําหลังเลือกตั้ง

ขอให้มั่นใจอนุทิน “พูดแล้วทํา”