นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันเดินหน้าปราบปรามการทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างถึงที่สุด พร้อมประกาศชัดว่า หากการสอบสวนพบผู้เกี่ยวข้องจะดําเนินคดีโดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม พร้อมยอมรับว่าปัญหาดังกล่าวเป็น "ขบวนการใหญ่" และหลังผลสอบแล้วเสร็จ เตรียมเดินหน้าสังคายนาระบบสอบทั้งระบบ เพื่อปิดช่องโหว่ไม่ให้เกิดเหตุซ้ํา

นายอนุทิน เปิดเผยภายหลังประชุมที่ทําเนียบรัฐบาลว่า ช่วงบ่ายวันที่ 2 กรกฎาคม ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับฟังรายงานความคืบหน้าจากปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยย้ําว่า หลักการมีเพียงข้อเดียวคือ "หากสาวไปถึงใคร คนนั้นต้องรับผิดชอบ" และจะไม่มีการละเว้นอย่างเด็ดขาด

สําหรับกรณีที่มีกระแสว่ามีเจ้าหน้าที่ในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเข้าไปเกี่ยวข้อง นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและเส้นทางการเงิน หากไม่มีหลักฐานคงไม่มีคําสั่งย้ายผู้เกี่ยวข้อง ทุกอย่างดําเนินการตามพยานหลักฐานและกระบวนการทางกฎหมาย พร้อมยืนยันว่ากระทรวงได้สํารองเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดไว้แล้ว เพื่อป้องกันการทําลายพยานหลักฐาน

นายอนุทิน ยอมรับว่า การทุจริตครั้งนี้เป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ และเป็นเหตุผลที่ก่อนหน้านี้ได้สั่งชะลอการรับบุคลากรไว้ก่อน แต่เมื่อคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องมีมติให้ดําเนินการรับบุคคลเข้าทํางาน กระทรวงมหาดไทยในฐานะเสียงข้างน้อยก็ต้องเคารพมติ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีอํานาจตัดสินใจและผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องรับผิดชอบ หากภายหลังพบว่าการดําเนินการก่อให้เกิดความเสียหาย

นายอนุทิน ระบุว่า หลังจากนี้กระทรวงมหาดไทยจะเดินหน้าทั้งการดําเนินคดีผู้กระทําผิด การติดตามผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และทบทวนกฎหมาย ระเบียบ และขั้นตอนการสอบทั้งหมด เพื่ออุดช่องโหว่ของระบบ โดยยอมรับว่า หากผลสอบชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง ก็จําเป็นต้องมีการ "สังคายนา" ครั้งใหญ่ เพราะปัญหาไม่ได้เกิดจากบุคคลเพียงไม่กี่คน แต่เป็นขบวนการที่มีความเชื่อมโยงเป็นวงกว้าง

นายอนุทิน ยังย้ําว่า ตนไม่เคยเพิกเฉยต่อปัญหาดังกล่าว โดยเมื่อกว่า 2 ปีก่อน ได้เป็นผู้ผลักดันการลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง 7 หน่วยงาน เพื่อร่วมกันป้องกันและปราบปรามการทุจริตในการสอบแข่งขัน อีกทั้งในช่วงที่ดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังเคยสั่งชะลอการจัดสอบมาแล้วหลายปี เพื่อป้องกันความผิดปกติ พร้อมยืนยันว่า ทั้งในสมัยของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และในยุคของตนเอง ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตตามที่ถูกกล่าวหา และจะเดินหน้าคลี่คลายคดีนี้จนถึงที่สุด