แม้การทัศนศึกษาจะเป็นกิจกรรมสำคัญที่ช่วยเปิดโลกทัศน์  และเสริมสร้างประสบการณ์ให้กับเด็กๆ   แต่ภัยอันตรายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง  และทำกิจกรรม  ก็เป็นเรื่องที่ผู้ปกครอง  และครู  กังวลใจไม่น้อย   โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย  ที่ยังคงพบเห็นข่าวอุบัติเหตุจากการทัศนศึกษาอยู่เป็นระยะ   นักวิชาการจึงได้เสนอแนะให้มีการปรับปรุงกฎหมาย  และมาตรการความปลอดภัย  โดยถอดบทเรียนจาก 13 ประเทศทั่วโลก  เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครอง  และส่งเสริมให้เด็กๆ ได้เรียนรู้นอกห้องเรียนอย่างปลอดภัย

นายธาม เชื้อสถาปนศิริ อาจารย์ประจำสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล  เปิดเผยว่า  ที่ผ่านมา  แม้ประเทศไทยจะมี พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ 2542 (แก้ไขเพิ่มเติม 2562)  รวมถึงระเบียบ  และข้อบังคับต่างๆ  เพื่อกำกับดูแลการจัดกิจกรรมทัศนศึกษาให้มีความปลอดภัย  แต่ก็ยังไม่สามารถป้องกันอุบัติเหตุได้อย่างสมบูรณ์   จึงได้ศึกษาโมเดลความปลอดภัยจาก 13 ประเทศทั่วโลก  ได้แก่ สหราชอาณาจักร  สหรัฐอเมริกา  ออสเตรเลีย  แคนาดา  ญี่ปุ่น  สิงคโปร์  นิวซีแลนด์  ฝรั่งเศส  ฟินแลนด์  เกาหลีใต้  จีน  ฮ่องกง  และมาเลเซีย  พบว่า  หลายประเทศมีกฎหมายที่เข้มงวด  ครอบคลุม  และให้ความสำคัญกับการป้องกัน  มากกว่าการแก้ไขปัญหาหลังเกิดเหตุ

ตัวอย่างกฎหมายน่าสนใจจากต่างประเทศ : 
- สหราชอาณาจักร: มีกฎหมาย Health and Safety at Work etc. Act 1974 เน้นการประเมินความเสี่ยง ควบคุมอัตราส่วนครู และห้ามเดินทางกลางคืน
- สหรัฐอเมริกา: มีกฎหมาย Child Safety Laws และ School Field Trip Guidelines บังคับใช้เข็มขัดนิรภัย ตรวจสอบประวัติคนขับรถ และจำกัดเวลาเดินทางไม่เกิน 8 ชั่วโมง
- ออสเตรเลีย: มีกฎหมาย Education and Care Services National Law Act 2010 เน้นการดูแลเด็กเล็ก จำกัดเวลาเดินทางไม่เกิน 3 ชั่วโมง และมีแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน
- แคนาดา: มีกฎหมาย Canadian Occupational Health and Safety Regulations 1985 บังคับให้ประเมินความเสี่ยง ใช้รถที่ได้มาตรฐาน ขออนุญาตผู้ปกครอง และห้ามเดินทางกลางคืน
- ญี่ปุ่น: มีกฎหมาย School Health and Safety Act 1958 ห้ามทัศนศึกษาในพื้นที่เสี่ยง กำหนดอัตราส่วนครู และห้ามเดินทางกลางคืน
- สิงคโปร์: มีกฎหมาย Early Childhood Development Centres Regulations 2018 คุมเข้มอัตราส่วนครู และห้ามพาเด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี ออกนอกประเทศ
- นิวซีแลนด์: มีกฎหมาย Education (Early Childhood Services) Regulations 2008 กำหนดอัตราส่วนครู 1:6 สำหรับเด็กเล็ก และจำกัดเวลาเดินทางไม่เกิน 2 ชั่วโมง
- ฝรั่งเศส: มีกฎหมาย Code de l'éducation 2000 ต้องขออนุญาต มีแผนป้องกันอุบัติเหตุ และห้ามเดินทางกลางคืน
- ฟินแลนด์: มีกฎหมาย Basic Education Act 1998 กิจกรรมต้องเหมาะสมกับวัย ประเมินความเสี่ยง ขออนุญาตผู้ปกครอง และห้ามเดินทางกลางคืน
- เกาหลีใต้: มีกฎหมาย Child Welfare Act 2000 มีครูดูแลใกล้ชิด มีพยาบาลร่วมเดินทาง ใช้รถที่ได้มาตรฐาน และวางแผนการเดินทาง
- จีน: มีกฎหมาย Law on the Protection of Minors 1991 อัตราส่วนครูต้องเหมาะสม ห้ามเดินทางไกล และห้ามเดินทางกลางคืน
- ฮ่องกง: มี Education Ordinance Cap 279 ต้องขออนุญาต มีแผนป้องกันอุบัติเหตุ และห้ามพาเด็กเล็กเดินทางไกล
- มาเลเซีย: มี Education Act 1996 ครูผู้ดูแลต้องมีอัตราส่วนที่เหมาะสม ห้ามเดินทางกลางคืน ใช้รถที่ปลอดภัย และขออนุญาตผู้ปกครอง

จากการศึกษา  นายธาม  เห็นว่า  ประเทศไทยควรปรับปรุงกฎหมาย  และมาตรการความปลอดภัยในการทัศนศึกษา  ให้มีความครอบคลุม  และเข้มงวดมากยิ่งขึ้น  โดยอาจนำแนวปฏิบัติที่ดีจากต่างประเทศมาประยุกต์ใช้  เช่น  การกำหนดอัตราส่วนครูต่อนักเรียนที่ชัดเจน  การอบรมครูผู้ดูแล  การประเมินความเสี่ยง  การใช้รถโดยสารที่ได้มาตรฐาน  และการสื่อสารกับผู้ปกครอง  เป็นต้น

 การทัศนศึกษาเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าสำหรับเด็กๆ   ดังนั้น  การสร้างมาตรฐานความปลอดภัย  จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน   เพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้นอกห้องเรียนอย่างปลอดภัย  และได้รับประโยชน์สูงสุด