บาทแข็งฉุดส่งออก! กกร. จี้ ธปท. ลดดอกเบี้ย เล็งยื่นหนังสือถึงผู้ว่าแบงก์ชาติ หารือด่วน

กรุงเทพฯ - คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)  แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว  ชี้เป็นแรงกดดันต่อภาคการส่งออก  โดยเฉพาะสินค้าเกษตร  และอาหาร  เตรียมยื่นหนังสือถึงผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย  เพื่อหารือ  และผลักดันให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย  หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ  และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  ในฐานะประธาน กกร.  เปิดเผยว่า  กกร. เตรียมยื่นหนังสือถึงผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)  เพื่อหารือ 2 ประเด็นหลัก  คือ  1.  ภาพรวมเศรษฐกิจ  และการดูแลค่าเงินบาท  และ  2.  การลดอัตราดอกเบี้ย

ทั้งนี้  เนื่องจากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว  จาก 36.8 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ  มาอยู่ที่ 32.3 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ  ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา  หรือแข็งค่าขึ้นราว 12%  ซึ่งมากกว่าค่าเงินในภูมิภาค  ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย  โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเกษตร  และอาหาร  ที่ใช้วัตถุดิบในประเทศเป็นหลัก

"หากค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง  อาจทำให้รายได้ของผู้ส่งออกลดลงราว 1.8 - 2.5 แสนล้านบาท"  นายสนั่น กล่าว

อย่างไรก็ตาม  กกร. คาดการณ์ว่า  ค่าเงินบาทในปีนี้จะแข็งค่าอยู่ที่ระดับ 34.0 - 34.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ  ซึ่งเป็นระดับที่ธุรกิจยังสามารถแข่งขันได้  พร้อมกับเสนอให้ ธปท.  ดูแลไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งค่า  หรือผันผวนเร็วเกินไป

ด้านนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย  ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย  กล่าวว่า  ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)  ช่วงปลายปีนี้  กกร. จะเสนอให้ ธปท.  พิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ย  ซึ่งสอดคล้องกับที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้  โดยปัจจุบันตลาดคาดว่า  อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะลดลงอย่างน้อย 0.25%  ภายในปีนี้  และอีกประมาณ 0.25 - 0.5%  ในปีหน้า  ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อภาคธุรกิจได้  รวมถึงเสนอให้ทบทวนกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ  ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมด้วย

#บาทแข็ง #ส่งออก #ธปท  #ดอกเบี้ย #ผู้ว่าแบงก์ชาติ #กกร #สมาคมธนาคารไทย