ไขความลับ "ภูพระบาท" มรดกโลกแห่งใหม่ล่าสุดของไทย: ประจักษ์พยานแห่งวัฒนธรรมสีมา สมัยทวารวดี ที่รอการค้นพบเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติอันน่าทึ่ง

"ภูพระบาท ประจักษ์พยานแห่งวัฒนธรรมสีมา สมัยทวารวดี" คือชื่ออย่างเป็นทางการของอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของประเทศไทย โดยองค์การยูเนสโก ภูพระบาทตั้งอยู่บนภูเขาในเขต อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูพาน สภาพโดยทั่วไปเป็นป่าโปร่ง มีพืชพันธุ์ไม้เนื้อแข็งปกคลุม

สิ่งที่น่าสนใจคือ ภูพระบาทแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ แต่ยังเป็น "พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต" ที่มีเรื่องราวทางธรณีวิทยาและวัฒนธรรมซ่อนอยู่มากมาย

ร่องรอยอารยธรรมที่สั่งสมมานานกว่า 3,000 ปี ... จากการสำรวจทางโบราณคดี พบว่าภูพระบาทมีร่องรอยกิจกรรมของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ หรือราว 2,500 – 3,000 ปีที่แล้ว มีการค้นพบภาพเขียนสีมากกว่า 54 แห่งบนภูเขาแห่งนี้ นอกจากนี้ยังพบการดัดแปลงเพิงหินธรรมชาติให้กลายเป็นศาสนสถานในวัฒนธรรมต่างๆ ทั้งทวารวดี เขมร ล้านช้าง และรัตนโกสินทร์

ความมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยา ... ภูพระบาทมีลักษณะทางธรณีวิทยาที่โดดเด่น หินทรายที่นี่มีอายุเก่าแก่กว่า 130 ล้านปี เกิดจากการกัดเซาะของน้ำและลม ทำให้เกิดเป็นเพิงหินและเสาหินรูปร่างแปลกตา คล้ายกับถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ แต่แท้จริงแล้วเป็นฝีมือของธรรมชาติ

ตำนานและความเชื่อที่ผสานกับธรรมชาติ ... นอกจากความสวยงามทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์แล้ว ภูพระบาทยังมีตำนานและความเชื่อที่น่าสนใจ เช่น ตำนานนางอุสาและท้าวบารส ซึ่งเล่าขานถึงความรักและความศรัทธาที่ผูกพันกับสถานที่แห่งนี้

การขึ้นทะเบียนภูพระบาทเป็นมรดกโลก ไม่ได้เป็นเพียงแค่การประกาศเกียรติคุณ แต่ยังเป็นการกระตุ้นให้คนไทยและทั่วโลกได้เห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของไทย