จากชุมชนผู้มีรายได้น้อย สู่ชุมชนเข้มแข็งที่พึ่งพาตนเองได้ เรื่องราวของลุงน้อย จรัส บำรุงแคว้น และวิสาหกิจชุมชนเชียงรายอุ่นไอรักษ์ คือตัวอย่างของความสำเร็จที่เกิดจากโครงการ "ธนาคารที่ดิน" โครงการที่ไม่ได้มอบแค่ที่ดิน แต่ยังมอบโอกาสและชีวิตใหม่ให้กับเกษตรกร

"ธนาคารที่ดินมาเติมเต็มความฝันของพวกเราจริงๆ" ลุงน้อยกล่าวด้วยความซาบซึ้ง ย้อนไปเมื่อปี พ.ศ. 2563 สมาชิก 65 ครัวเรือนได้รับจัดสรรที่ดินแปลงเล็กๆ เพื่อทำการเกษตรผสมผสาน ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ด้วยความช่วยเหลือจาก "ธนาคารที่ดิน" ที่ส่งผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้และฝึกอบรม ทำให้สมาชิกสามารถทำการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนปัจจุบันมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 68 ครัวเรือน



"ตอนแรกเราทำสวนไม่เป็น ปลูกผักไม่เป็น ธนาคารที่ดินหาผู้เชี่ยวชาญ...มาอบรมให้พวกเราจนทำเป็น" ลุงน้อยเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง จากการปลูกผักเพื่อลดค่าใช้จ่าย สู่การผลิตสินค้าคุณภาพ ทั้งผักเชียงดา ชาผักเชียงดา ขนมเปี๊ยะ และกล้วยฉาบ จนเป็นที่รู้จักและจำหน่ายไปทั่วประเทศ

ไม่เพียงแต่มีที่ทำกิน แต่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเชียงรายอุ่นไอรักษ์ยังสร้างความเข้มแข็งทางการเงิน จากกลุ่มที่ไม่เคยมีเงินออม สู่กลุ่มที่มีเงินออมกว่าล้านบาท มีเงินกู้ฉุกเฉินและเงินกู้สร้างอาชีพ เพื่อช่วยเหลือสมาชิกโดยไม่ต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบ

"ถ้าไม่มีธนาคารที่ดิน ก็ไม่มีพวกเราในวันนี้" ลุงน้อยย้ำถึงความสำคัญของโครงการ พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณเพิ่ม เพื่อขยายโอกาสให้กับเกษตรกรและผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกินอีกจำนวนมาก

"อยากจะชวนลองไปเที่ยวชมสวนว่าจากเดิมเราไม่มีอะไรเลยตอนนี้เรามีเกือบจะทุกอย่าง" ลุงน้อยกล่าวเชิญชวน พร้อมทั้งบอกเล่าถึงแผนการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนในอนาคต

เรื่องราวของลุงน้อยและวิสาหกิจชุมชนเชียงรายอุ่นไอรักษ์ เป็นแรงบันดาลใจให้เห็นว่า โครงการ "ธนาคารที่ดิน" ไม่ได้เป็นแค่โครงการที่ดิน แต่เป็นโครงการที่สร้างความหวังและอนาคตที่ดีกว่าให้กับเกษตรกรไทย