รัฐบาลสั่งการ สปสช. หนุนท้องถิ่นให้ใช้งบผ่านกองทุนสุขภาพดูแลกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ชายแดนได้ง่ายขึ้น มั่นใจช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้อพยพได้ทันท่วงที
2 สิงหาคม 2568 - นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงมาตรการเร่งด่วนของรัฐบาลเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ต้องอพยพจากบ้านเรือนเดิมใน 4 จังหวัด ได้แก่ สุรินทร์, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี, และบุรีรัมย์

เพื่อรองรับความต้องการด้านวัสดุทางการแพทย์ของกลุ่มผู้มีภาวะพึ่งพิง รัฐบาลได้สั่งการให้ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) อนุญาตเป็นกรณีพิเศษให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่รับผิดชอบพื้นที่รองรับผู้อพยพ สามารถใช้งบประมาณจาก กองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ ซึ่งเป็นงบสนับสนุนร่วมระหว่าง อปท. และ สปสช. เพื่อจัดซื้อผ้าอ้อมผู้ใหญ่ให้กับผู้มีภาวะพึ่งพิงได้ แม้จะไม่ได้อยู่ในเขตรับผิดชอบเดิมของ อปท. นั้นๆ ซึ่งเป็นการลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวกในการให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
สำหรับผู้ที่มีสิทธิได้รับผ้าอ้อมผู้ใหญ่ตามโครงการนี้ จะต้องเป็นคนไทยที่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก และเข้าเกณฑ์ 2 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งมีคะแนนการทำกิจวัตรประจำวัน (ADL) ไม่เกิน 6 คะแนน และ ผู้ที่มีปัญหาการกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ ซึ่งได้รับการประเมินโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือมีใบรับรองจากแพทย์

ทั้งนี้ สิทธิดังกล่าวไม่จำกัดอายุและไม่ว่าผู้ป่วยจะอยู่ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพใด (เช่น บัตรทอง, ประกันสังคม, ข้าราชการ) หากเข้าเกณฑ์ที่กำหนดก็สามารถรับสิทธิได้ทันที
รัฐบาลยืนยันว่ามีความห่วงใยต่อประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดน โดยจะไม่มีการทอดทิ้งกลุ่มเปราะบาง และจะดำเนินมาตรการทุกด้านเพื่อดูแลประชาชนทุกคนอย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพหรือคุณภาพชีวิตอย่างต่อเนื่องและไม่ขาดตอน




