อาการติดสมาร์ทโฟน บ่อเกิดโรคร้าย อันตรายที่คุณคาดไม่ถึง ในทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเด็กเล็ก วัยรุ่น หนุ่มสาววัยทำงาน หรือผู้สูงอายุทุกเพศทุกวัยต่างใช้สมาร์ทโฟนกันแทบทุกวันเวลา ตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าจนกระทั่งนาทีสุดท้ายก่อนนอนเลยทีเดียว ซึ่งการก้มลงจ้องสมาร์ทโฟนเป็นเวลานานนั้น อาจเป็นบ่อเกิดโรคร้ายที่เป็นผลจาก “อาการติดสมาร์ทโฟน (Mobile phone addiction)” ได้    คุณกำลังติดสมาร์ทโฟนอยู่หรือไม่? หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้ฟังก์ชัน “ดึงหน้าจอเพื่อโหลดใหม่” อยู่ตลอดเวลา หรือกำลังรอเสียงแจ้งเตือน Facebook Twitter จากสมาร์ทโฟนของคุณอย่างใจจดจ่อถึงแม้ว่าจะไม่มีข้อความสำคัญใดมาก็ตาม สิ่งเหล่านี้ถือเป็นหนึ่งในอาการบ่งชี้ว่าคุณติดสมาร์ทโฟน การใช้สมาร์ทโฟนอย่างหนักสามารถเปลี่ยนแปลงสุขภาพร่างกายและจิตใจได้เหมือนกับการเล่นการพนันเลยทีเดียว โดยคุณสามารถลองทำ 5 Checklist สำคัญที่บ่งบอกว่าคุณกำลังติดสมาร์ทโฟน เพื่อประเมินเบื้องต้นว่าคุณนั้นเข้าข่ายมีอาการติดสมาร์ทโฟนหรือไม่   5 Checklist สำคัญที่บ่งบอกว่าคุณกำลังติดสมาร์ทโฟนอยู่
  1. คุณไม่สามารถติดตามเวลา และมักจะพลาดกำหนดเวลาเนื่องจากการใช้เวลากับโทรศัพท์ของคุณ
  2. คุณเปิดโทรศัพท์ไว้แม้เป็นเวลากลางคืน หรือเวลาพักผ่อนของคุณเอง 
โดยมักจะวางโทรศัพท์เอาไว้ใต้หมอนหรือข้างเตียงไม่ห่างตัวเอง
  1. คุณจะไม่สบายใจหากไม่มีสมาร์ทโฟนใกล้ตัว แม้ว่าเวลานั้นจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตาม
  2. คุณไม่สามารถทำกิจกรรมใด ๆ ได้เลย หากไม่มีโทรศัพท์มือถือของคุณติดตัวเอาไว้
  3. คุณไม่สามารถพลาดการอัปเดตในโลกโซเชียลทุกแพลตฟอร์มเกินกว่าห้าวินาที
  “อาการติดสมาร์ทโฟน (Mobile phone addiction)” คืออะไร? สมาร์ทโฟนซินโดรม หรือที่คุ้นเคยในอีกชื่อว่า Mobile phone addiction โดยกลุ่มอาการนี้เป็นความผิดปกติในการใช้อุปกรณ์มือถือมากเกินไปจนเกิดการอักเสบของนิ้วมือและข้อมือ ปวดคอ บ่า ไหล่ โดยอาการเหล่านี้เกิดจากการทำพฤติกรรมซ้ำเดิมจนเกิดความเครียดตามส่วนต่างๆ ของร่างกายตามมา และมีรายงานทางการแพทย์มากขึ้นว่า ผู้ใช้สมาร์ทโฟนมักมีอาการเจ็บป่วยทั้งทางร่างกายและจิตใจ   3 อันตรายที่มากับอาการติดสมาร์ทโฟน
  • อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ข้อต่อ และกระดูกต่าง ๆ
อาการปวดคอ บ่า ไหล่ ที่มีสาเหตุมาจากการก้มเล่นมือถือเป็นเวลานานๆ ซึ่งเสี่ยงต่อการพัฒนาไปเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทส่วนคอ (Text Neck Syndrome)  ในอนาคตต่อไปได้ ซึ่งอาการปวดจะรุนแรงและปวดเพิ่มขึ้นเมื่อใช้อุปกรณ์มือถือนานขึ้น ถ้าหากคุณมีอาการเช่นนี้ก็ควรจะไปปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยโรคและหาทางรักษาต่อไป นอกจากนี้การใช้สมาร์ทโฟนเป็นเวลานานยังส่งผลเสียต่อท่าทางการเดิน และการทำงานของระบบทางเดินหายใจได้   
  • โรคเกี่ยวกับดวงตา
โรคร้ายที่มากับสมาร์โฟนต่อมาที่พบได้บ่อยคือโรคทางดวงตา จากพฤติกรรมในการใช้สายตาที่เปลี่ยนแปลงไปจากการใช้สมาร์ทโฟน และการละเลยดูแลดวงตาต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนเกิดเป็น Computer Vision Syndrome (CVS) เป็นกลุ่มของอาการทางตาและการมองเห็นที่มีผลมาจากการใช้จอทีแสงจ้าติดต่อกันเป็นเวลาน เช่น อาการล้าตา ตาแห้ง แสบตา แพ้แสงสู้แสงไม่ได้ ปวดศีรษะ และสาเหตุหลักๆ ของอาการดังกล่าว คือ แสงสีฟ้า (Blue Light) ซึ่งเป็นคลื่นแสงที่มีพลังงานสูงจากอุปกรณ์มือถือ แท็บเล็ต gadgets  ต่างๆ ที่ใช้กันทุกวัน โดยแสงสีฟ้านั้นมีพลังงานสูงจึงสามารถเดินทางผ่านกระจกตา เลนส์ตาจนไปถึงจอตาด้านใน ส่งผลกับสุขภาพของดวงตาจนเกิดเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม (Agerelated macular degeneration หรือ AMD) ซึ่งเป็นโรคที่มีความผิดปกติเกิดขึ้นบริเวณจุดกลางรับภาพของจอประสาทตาซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นได้  
  • อาการป่วยทางสมอง และจิตใจ
มีงานศึกษาทางการแพทย์พบว่า การใช้อุปกรณ์มือถือมากเกินไปเปลี่ยนแปลงสารเคมีในสมองและ  มีอาการเจ็บป่วยทางจิตใจ (mental disorder) เพราะสารสื่อประสาทหลักที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก คือ กรดแกมมาอะมิโนบิวทีริก (Gamma-Aminobutyric Acid - GABA) และสมองเนื้อสีเทา ซึ่ง GABA นั้นเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยส่งข้อความสื่อสารระหว่างสมองและระบบประสาท ส่วนสมองเนื้อสีเทานั้น จะควบคุมการเคลื่อนไหว ความทรงจำ และอารมณ์ การใช้สมาร์ทโฟนเป็นประจำ สามารถเพิ่มหรือลดการผลิต GABA จะส่งผลต่อประสิทธิภาพของสมองในเรื่องความเครียด และความวิตกกังวล และมีจากข้อมูลของนักวิจัยนั้นยังค้นพบอีกว่าการใช้สมาร์ทโฟนเป็นประจำนั้นส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสมองเนื้อสีเทาทำให้รูปร่างทางกายภาพและขนาดของสมองคล้ายกับผู้ใช้ยาเสพติดซึ่งอาการเหล่านี้ส่งผลต่อการเรียนรู้และสภาพจิตใจตามมาได้ สิ่งสำคัญที่น่าสนใจในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คือ ภาวะซึมเศร้าและการฆ่าตัวตาย รวมทั้งและระบบการเรียนรู้ที่แย่ลงในกลุ่มวัยรุ่นมีความสัมพันธ์กับอาการติดสมาร์ทโฟนเป็นอย่างมาก  นอกจากนี้การวางสมาร์ทโฟนไว้ใกล้ตัว แสดงถึงอาการห่วงพะวง หรือคิดถึงโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนตลอดเวลาส่งผลต่ออาการสมาธิสั้น ลดการโฟกัสเรื่องต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ผู้มีอาการติดสมาร์ทโฟนจึงมักจะเกิดอาการ Creative Block และเกิดความเหงาจากความไม่มั่นคงในจิตใจจากการไม่มีสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย   สมาร์ทโฟนนั้นมีประโยชน์มหาศาล แต่ในขณะเดียวกันการใช้อุปกรณ์นี้อย่างต่อเนื่อง ก็อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและชีวิตทางสังคมของคุณอย่างมาก ดังนั้นอย่าปล่อยให้การใช้สมาร์ทโฟนทำร้ายสุขภาพของคุณและคนที่คุณรัก อาการติดสมาร์ทโฟนนั้นป้องกันได้ด้วยการใช้สมาร์ทโฟนอย่างถูกวิธี ไม่ควรก้มมองจอเป็นระยะเวลานานมากเกินไป ถ้าหากคุณและคนใกล้ตัวนั้นเข้าข่ายอาการติดสมาร์ทโฟน อาจต้องค่อยๆ ลดเวลาในการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ลงเพื่อสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดี