TV5HD Newsคุณภาพชีวิต
หน้าร้อนต้องระวัง "ฮีทสโตรค"
การตากแดดเพื่อทำกิจกรรมกลางแจ้งไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะโรคที่มาคู่กับแสงแดดอาจทำให้เสียชีวิตเลยทีเดียว โรคที่มาพร้อมกับแดด คือ “โรคลมแดด” หรือทาง การแพทย์นั้นเรียกอีกชื่อว่า “ฮีทสโตรค” (Heat Stroke)” เพราะแสงแดดจ้า นั้นไม่เพียงแต่จะทำให้เรารู้สึกร้อน ระคายเคือง และแสบผิว แต่ยังสามา...

ข่าวเด่น
เนื้อหาข่าว
การตากแดดเพื่อทำกิจกรรมกลางแจ้งไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะโรคที่มาคู่กับแสงแดดอาจทำให้เสียชีวิตเลยทีเดียว โรคที่มาพร้อมกับแดด คือ “โรคลมแดด” หรือทาง การแพทย์นั้นเรียกอีกชื่อว่า “ฮีทสโตรค” (Heat Stroke)” เพราะแสงแดดจ้า นั้นไม่เพียงแต่จะทำให้เรารู้สึกร้อน ระคายเคือง และแสบผิว แต่ยังสามารถส่งผลกระทบกับระบบต่างๆ ภายในร่างกายของเราให้เสียสมดุลจนเกิดอาการช็อก และเสียชีวิตได้อีกด้วย
ทำความรู้จักโรคลมแดด หรือ Heat Stroke
อันตรายยอดฮิตที่มาพร้อมกับอากาศร้อน คือ “โรคลมแดด” หรือที่คุ้นหูกันว่า “ฮีทสโตรค (Heat Stroke)” คือ ภาวะที่ร่างกายของเรานั้นมีอุณหภูมิสูงขึ้น จากการอยู่กลางแจ้ง โดดแดดเป็นเวลานาน จนเกิดภาวะวิกฤต โดยกลไกการทำงานของร่างกายหลังจากได้รับความร้อน จะมีการปรับตัวโดยส่งน้ำ หรือเลือดไปเลี้ยงอวัยวะภายใน เช่น สมอง หัวใจ และกล้ามเนื้อ ทำให้ผิวหนังขาดเลือดและน้ำไปหล่อเลี้ยง จึงไม่สามารถระบายความร้อนออกจากร่างกายได้ ซึ่งนำไปสู่ความล้มเหลวของระบบควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย เพราะไม่สามารถปรับตัวกับความร้อนที่เกิดขึ้น โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรค (Heat Stroke) มักจะเกิดร่วมกับภาวะขาดน้ำ
นอกจากจะทำให้ผิวหนังแดง ผิวแห้งจัด หัวใจเต้นเร็ว ฮีทสโตรคยังทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน อย่างตับ และไตวาย กล้ามเนื้อสลายตัว มีลิ่มเลือดอุดตันในกระแสเลือด และอาการที่ร้ายแรงที่สุดที่สามารถเกิดได้ คือ อาการช็อกหมดสติ และเสียชีวิต
แม้ว่าโดยส่วนใหญ่แล้ว โรคลมแดดจะส่งผลกระทบต่อผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี แต่ก็ส่งผลเสียต่อบุคคลอายุน้อยที่มีสุขภาพแข็งแรง ซึ่งไม่เตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมที่จะเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัดเช่นกัน หากอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน อาจโรคลมแดด หรือฮีทสโตรคก็สามารถเกิดขึ้นได้ หากอุณหภูมิร่างกายของเราสูงถึง 104 องศาฟาเรนไฮต์ (40 องศาเซลเซียส) หรือสูงกว่านั้น
อาการของโรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรค( Heat Stroke)
อาการของโรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรค มีอาการสำคัญได้แก่
- ตัวร้อน (อุณหภูมิร่างกาย 41 องศาเซลเซียส)
- ผิวหนังแดง ผิวแห้งจัด หัวใจเต้นเร็ว
- รู้สึกกระหายน้ำมาก วิงเวียน ปวดศีรษะ คลื่นไส้
- มีเหงื่อออกในกลุ่ม EHS (โรคลมแดดจากการออกกำลังกาย (Exertional Heat Stroke : EHS) ) และไม่มีเหงื่อออก แม้อากาศร้อน ในกลุ่ม NEHS (โรคลมแดดทั่วไป (Non-exertional Heat Stroke: NEHS) )
- อาการทางสมอง โดยมีภาวะแทรกซ้อนเกี่ยวกับระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากร่างกายไปสัมผัสกับอุณหภูมิสูงร่วมด้วย เช่น สับสน หงุดหงิด เพ้อ หรือเกิดภาพหลอนในหัว
- ความรู้สึกตัว ลดน้อยลง อาจหมดสติ
การช่วยเหลือเบื้องต้น
รีบนำผู้ที่มีอาการโรคลมแดดเข้าในที่ร่ม นอนราบ ยกเท้าสูงทั้งสองข้าง ถ้ามีการอาเจียนให้นอนตะแคงก่อน แต่ถ้าอาเจียน ต้องให้นอนหงาย รีบคลายเสื้อผ้าที่รัดแน่นออก ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบ ตามซอกลำตัวเพื่อระบายความร้อน ร่วมกับการใช้พัดลมเป่าระบายความร้อน อาจพรมน้ำเย็นลงบนตัวได้ เพื่อลดอุณหภูมิร่างกายให้ลดต่ำลง แล้วนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
การป้องกันโรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรค( Heat Stroke)
- พยายามดื่มน้ำให้ได้ประมาณ 2 ลิตรต่อวัน
- หลีกเลี่ยงอยู่ในสถานที่ที่อากาศร้อน แดดจ้า อากาศถ่ายเทไม่สะดวกเป็นเวลานาน
- เลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายความร้อนได้ดี
- ไม่ควรออกกำลังกายหักโหมกลางอากาศร้อน ควรอบอุ่นร่างกายทั้งก่อนและหลังการออกกำลังกาย
ถ้าหากจำเป็นต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน ต้องอยู่กลางแดดในวันที่อากาศร้อนจัด ควรสวมหมวกป้องกัน หรือเตรียมตัวอบอุ่นร่างกายล่วงหน้า เพื่อให้ร่างกายชินกับสภาพอากาศร้อน และแดดจ้า
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่ม หรือยาบางชนิดที่เพิ่มความร้อนให้ร่างกาย
- ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป
- ไม่ควรให้เด็กหรือคนชราอยู่ในรถที่ปิดสนิท หรือสถานที่ที่ถ่ายเทอากาศได้ไม่ดีในช่วงหน้าร้อน
ขอบคุณข้อมูลจาก
https:pr.moph.go.th/?url=pr/detail/all/02/188996/
https:www.bangkokhospital-chiangmai.com/สาระสุขภาพและกิจกรรม/โรคลมแดด-heat-stroke/
https:www.bumrungrad.com/th/health-blog/march-2016/heatstroke-symptoms-prevention



