ในปี 2021 ที่ผ่านมา เบาหวาน คือ โรคร้ายที่คร่าชีวิตมนุษย์ทั่วโลกแบบเงียบๆ ไปแล้วมากกว่า 6.7 ล้านคน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าตัวเลขของผู้ที่เสียชีวิตจากโควิด-19  อย่างไรก็ดี ตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญได้เผยตัวเลขที่น่าตกใจว่าภายในปี 2045 มนุษยชาติกว่า 1 ใน 10 หรือราว 800 ล้านคน จะป่วยเป็นโรคเบาหวาน ซึ่งเพิ่มมากขึ้นถึง 2 เท่า จากจำนวนผู้ป่วยในปัจจุบันที่มีราว 422 ล้านคน   โรคเบาหวานคืออะไร? โรคเบาหวานเป็นโรคที่คร่าชีวิตมนุษย์มาอย่างยาวนานตลอดประวัติศาสตร์ของเรา แต่เราเพิ่งค้นพบกลไกและสาเหตุในการเกิดโรคเบาหวานเมื่อศตวรรษก่อนเท่านั้น โดยโรคเบาหวานเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระดับน้ำตาลในเลือดอย่างต่อเนื่องและเรื้อรัง ซึ่งเป็นผลมาจากความผิดปกติของตับอ่อน ทำให้การหลั่งฮอร์โมนยับยั้งน้ำตาลที่มีชื่อว่า “อินซูลิน” เกิดความผิดปกติ    ปกติแล้วเบาหวานมี 4 ประเภทคือ 
  1. โรคเบาหวานประเภทที่ 1 เกิดจากการขาดอินซูลิน พบมากในเด็ก
  2. โรคเบาหวานประเภทที่ 2 เกิดจากร่างกายดื้ออินซูลิน พบในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ และสามารถส่งผ่านกรรมพันธุ์ได้ โดยเบาหวานชนิดนี้เป็นเบาหวานที่พบได้มากที่สุด 
  3. โรคเบาหวานที่มีสาเหตุจำเพาะ เช่น ตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง ความปกติของต่อมไร้ท่อ
  4. โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ จะเกิดขึ้นเฉพาะเวลาตั้งครรภ์ เมื่อคลอดบุตรแล้วอาการของโรคจะค่อย ๆ หายไปเอง 
  ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการเป็นเบาหวาน?  - กลุ่มคนที่เสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 คือ  - กลุ่มผู้ที่มีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป  - กลุ่มคนที่มีโรคอ้วนหรือรอบเอวเกินค่ามาตรฐาน (>80 ซ.ม.ในผู้หญิง และ >90 ซ.ม.ในผู้ชาย ) - กลุ่มผู้ที่ประวัติว่าพ่อ แม่ พี่น้อง หรือญาติ ป่วยด้วยโรคเบาหวาน  - กลุ่มผู้ที่มีอาการของโรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด  - กลุ่มผู้ที่เคยตรวจพบระดับน้ำตาลสูงผิดปกติขณะตั้งครรภ์   ปัจจุบันตัวเลขผู้ป่วยโรคเบาหวานไม่ได้เพิ่มขึ้นแค่ในต่างประเทศเท่านั้น แต่ตัวเลขของผู้ป่วยโรคเบาหวานในไทยก็เพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่าตอนนี้มีคนไทยป่วยเป็นโรคเบาหวานแล้วราว 3.3 ล้านคน และคาดว่าตัวเลขผู้ป่วยใหม่จะเพิ่มขึ้นราวปีละ 300,000 คน  จากสิ่งนี้ทำให้รัฐบาลต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขในการรักษาผู้ป่วยจากโรคเบาหวานเฉลี่ยสูงถึง 47,596 ล้านบาทต่อปี แม้ว่าโรคเบาหวานอาจดูไม่น่ากลัวและอันตรายแล้ว เนื่องจากเรามียารักษาที่เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ที่ไม่มีอาการรุนแรง ถ้าผู้ป่วยมีอาการรุนแรงแพทย์จะให้ผู้ป่วยฉีด “อินซูลินเทียม” เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด  อย่างไรก็ดี โชคชะตาอาจไม่เข้าข้างมนุษยชาติตลอดไป เพราะข้อมูลในปี 2018 ระบุว่าในปี 2030 มนุษย์อาจไม่มียารักษาอินซูลินที่มากพอ เนื่องจากตัวเลขผู้ป่วยที่ทะยานสูงขึ้นไปแตะที่ 800 ล้านคน แต่มีเพียงไม่กี่บริษัทที่ผูกขาดการผลิตอินซูลิน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 96 ของปริมาณอินซูลินทั้งหมดที่ผลิตได้ในโลก  หากปริมาณความต้องการอินซูลินของผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทวีปเอเชียและแอฟริกาจะเป็นที่แรกที่เกิดภาวะอินซูลินขาดแคลนและจะส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยไม่น้อยกว่า 40 ล้านคน จนนำไปสู่อัตราการเสียชีวิตจากโรคที่เพิ่มขึ้น