‘บิ๊กเล็ก‘ ส่ง ’รองเสธ.ทหาร‘ ร่วมถก ’รมต.ต่างประเทศอาเซียน‘ ย้ํา ไทยหยุดยิงหากกัมพูชาสิ้นปฏิปักษ์ชัดเจน ยัน F-16 ไม่โจมตีพื้นที่พลเรือน เคืองนานาชาติไม่ประณามปมวางทุ่นระเบิด
วันที่ 19 ธันวาคม 2568 ที่บริเวณลานด้านหน้าสํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ศรีสมาน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกัมพูชาอ้างว่ามีประชาชนเรือนจํานวนหลักแสนคน ออกมากเรียกร้องสันติภาพไทย-กัมพูชา ว่า ไม่แน่ชัดว่า ภาพที่ปรากฏตัวเลขเป็นไปตามนั้นหรือไม่ เพราะดูแล้วไม่น่าจะถึง ซึ่งหากกัมพูชาต้องการหยุดยิง ก็สามารถทําได้ทันที พร้อมถอนกําลังเผชิญหน้าออกจากพื้นที่ ซึ่งหากรัฐรัฐบาลกัมพูชาและมวลชนบอกว่าหยุดยิง ซึ่งแกนนํามวลชนก็คือคนในตระกูลฮุน แต่ขณะเดียวกันทหารหน้าแนวก็ยังมาก่อกวนอยู่ การเผชิญหน้าก็ยังคงอยู่ ต้องถามกลับว่าจะหยุดยิงได้อย่างไร
“ขอย้ําว่าหากกัมพูชาต้องการหยุดยิง ก็ผลักกําลังออกไป แล้วค่อยมาเจรจากัน พร้อมย้ําว่าปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นเรื่องของ 2 ประเทศ อย่าไปคิดว่าต้องเป็นจีนหรือสหรัฐหรือประเทศไหน“ พล.อ.ณัฐพล กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าคาดหวังการประชุม รมต.ต่างประเทศอาเซียนในวันที่ 22 ธ.ค. 2568 ที่มาเลเซีย กัมพูชาจะตอบรับ 3 ข้อเสนอหยุดยิงของไทยอย่างไร พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ฝ่ายไทยต้องการสันติภาพมาตั้งแต่ต้น และกัมพูชาก็รับทราบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ 2 ประเทศต้องคุยกัน ขณะเดียวกันขอบคุณประเทศต่าง ๆ ที่มีความปรารถนาดี ก็คิดเช่นเดียวกันว่าการประชุมวันที่ 22 ธ.ค. 2568 ประเทศต่าง ๆ คงอยากให้ไทย-กัมพูชา หยุดยิง แล้วมาพูดคุยกัน แต่ประเทศเหล่านั้นต้องพูดคุยกับกัมพูชาด้วย เพราะฝ่ายที่เริ่มต้นคือกัมพูชา และเคลื่อนกําลังมาก่อน โดยประเทศมหาอํานาจก็มีดาวเทียม สามารถตรวจสอบได้ว่ากัมพูชาเคลื่อนกําลังมาก่อน ถ้าจะหยุดยิงถาวร สิ้นสุดความเป็นปฏิปักษ์ อย่างเปิดเผยและต่อเนื่อง กัมพูชาก็ต้องถอนกําลังออกไป พร้อมปฎิบัติตามเงื่อนไขที่ฝ่ายไทยเสนอ ฝ่ายไทยก็พร้อมหยุดยิง เพื่อสู่กระบวนการสันติภาพ
“เราจะหยุดยิงเมื่อกัมพูชาสิ้นสุดความเป็นปฏิปักษ์ชัดเจน ต่อเนื่อง และเปิดเผย หากครบองค์ประกอบ 3 ข้อนี้ ก็สามารถดําเนินต่อไปได้“ พล.อ.ณัฐพล กล่าว
พล.อ.ณัฐพล กล่าวย้ําว่า กระทรวงกลาโหม ได้มีการสนับสนุนหนุนข้อมูลให้กับกระทรวงต่างประเทศ เพื่อจะใช้ประกอบการหารือในวันที่ 22 ธ.ค. 2568 และมอบหมายให้ พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ รองเสนาธิการทหาร เป็นผู้แทนของกองทัพไทยร่วมคณะไปด้วย นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยระดับนโยบายกับกระทรวงต่างประเทศว่าท่าทีของไทยในวันที่ 22 ธ.ค. 2568 ควรจะเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่าในส่วนการปฏิบัติการทางอากาศ ในพื้นที่ปอยเปตนั้น พล.อ.ณัฐพล กล่าวย้ําว่า ได้ให้หลักการชัดเจนหลีกเลี่ยงเป้าหมายพลเรือน ซึ่งการปฎิบัติการเช่นนี้ต้องได้รับการพิสูจน์ทราบว่าเป็นเป้าหมายทางทหารหรือพลเรือน ยืนยันว่ากองทัพไทยจะโจมตีเป้าหมายทางทหารเท่านั้น เรามีเทคโนโลยีที่สามารถตรวจสอบได้ ในขณะที่ฝ่ายกัมพูชาโจมตีโดยไม่ได้สนใจเป้าหมาย ส่งผลให้คนไทยเสียชีวิตและบาดเจ็บ ข้อเท็จจีิงตรงนี้สามารถยืนยันกับนานาชาติได้ ยังรู้สึกแปลกใจที่นานาชาติบอกให้ประเทศไทยหยุดยิง และไม่มีประเทศไหนออกมาประณามกัมพูชา กรณีที่ทหารไทยเหยียบระเบิดขาขาดถึง 7 นาย ซึ่งผิดอนุสัญญาออตตาวา




