กระทรวงการต่างประเทศ ตอบ 7 คําถามไทย-กัมพูชา โต้คําลวงโลก ฮุน เซน ทีละประเด็นอย่างละเอียด

วานนี้ 22 ธันวาคม 2568 เพจเฟซบุ๊ก กระทรวงการต่างประเทศ Ministry of Foreign Affairs of the Kingdom of Thailand โพสต์ข้อความว่า Q&A เชิงข้อเท็จจริง–เป็นสากล–มีความชอบธรรม เพื่อตอบโต้สารโฆษณาชวนเชื่อของ ฮุน เซน เมื่อ 21 ธ.ค.68

Q1: กัมพูชาถูกรุกรานโดยไทยจริงหรือไม่
A: ไม่จริง ข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้จากหลายแหล่ง เช่น OSINT และรายงานภาคสนาม ยืนยันว่า ฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้เปิดฉาก
ใช้กําลังทางทหารก่อน ทั้งการยิงอาวุธเข้ามาในเขตแดนไทย การเคลื่อนกําลังรุกล้ําพื้นที่ และการใช้พื้นที่ต้องห้ามทางทหาร

Q2: ไทยอ้าง “ป้องกันตนเอง” เป็นข้ออ้างหรือไม่
A: ไม่ใช่ข้ออ้าง แต่เป็นสิทธิที่ชอบธรรมตามกฎหมายระหว่างประเทศ การป้องกันตนเองของไทยอยู่ภายใต้หลักความจําเป็น (Necessity) และความได้สัดส่วน (Proportionality) ตามกฎบัตรสหประชาชาติ มาตรา 51 เนื่องจากเป้าหมายของไทย
เป็นเป้าหมายทางทหารเท่านั้น และไม่มีนโยบายโจมตีพลเรือนหรือโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน

Q3: ข้อกล่าวหาว่าไทย “สร้างเรื่องปราบปรามสแกมเมอร์” เพื่อกลบข่าวการรุกราน จริงหรือไม่
A: ไม่จริง ข้อกล่าวอ้างเป็นการบิดเบือนเหตุผล เครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ตามแนวชายแดนกัมพูชาเป็นข้อเท็จจริงที่สื่อสากล องค์การระหว่างประเทศ เช่น สํานักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติแห่งสหประชาชาติ (UNODC) รวมทั้ง
หลายประเทศยอมรับมานาน การปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์เป็นประเด็นความมั่นคงข้ามชาติ ไม่ใช่ข้ออ้างทางทหาร
ไม่ใช่เป้าหมายทางทหาร และไม่เกี่ยวกับการเริ่มต้นการสู้รบ

Q4: กัมพูชาถูกกดดันให้หยุดยิงฝ่ายเดียวจริงหรือไม่
A: ไม่จริง ข้อเสนอหยุดยิงที่ประชาคมระหว่างประเทศเรียกร้อง เป็นการเรียกร้องให้ ทุกฝ่ายยุติการใช้กําลังและการคุกคาม แต่ฝ่ายกัมพูชายังคงยิงอาวุธจากพื้นที่ชายแดน เคลื่อนกําลังรุกล้ํา วางทุ่นระเบิด จึงไม่อาจกล่าวได้ว่าถูก “บีบฝ่ายเดียว”

Q5: กัมพูชาปกป้องตนเอง แต่กลับถูกกล่าวหาว่ายั่วยุ จริงหรือไม่
A: เพราะพฤติการณ์ในสนามรบไม่สอดคล้องกับคํากล่าวอ้าง เนื่องจากกัมพูชาเป็นฝ่ายยิงก่อน บุกรุกพื้นที่เข้ามาก่อน
มีการใช้พื้นที่พลเรือนและโบราณสถานเป็นฐานที่มั่นทางทหาร และมีการวางทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน การกระทําเหล่านี้ ไม่เข้าข่ายการป้องกันตนเอง แต่เป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

Q6: การกล่าวว่า “อํานาจเป็นผู้ตัดสินความจริง” ถูกต้องหรือไม่
A: ไม่ถูกต้อง เนื่องจากในระเบียบโลกปัจจุบัน หลักฐาน ข้อเท็จจริง และกฎหมายระหว่างประเทศเป็นตัวตัดสิน ประเทศไทยนําเสนอข้อมูลที่ตรวจสอบได้ มีหลักฐานอ้างอิง ซึ่งแตกต่างจากการใช้วาทกรรมด้วยอารมณ์และการชวนเชื่อ

Q7: เหตุใดประชาคมโลกจึงเรียกร้องให้กัมพูชายับยั้งชั่งใจ
A: เพราะพฤติกรรมของกัมพูชาเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการยกระดับความขัดแย้ง การยับยั้งชั่งใจไม่ใช่การกดขี่ประเทศเล็ก แต่เป็นกลไกป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย และลดการสูญเสียของพลเรือนทุกฝ่าย

ไทยขอยืนยันอีกครั้งว่า กัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน–บุกรุก–วางระเบิด โดยไทยใช้สิทธิป้องกันตนเองอย่างจํากัด และได้สัดส่วนประชาคมโลก ยึดหลักฐาน ไม่ใช่วาทกรรม และการชวนเชื่อไม่อาจแทนที่ข้อเท็จจริงและกฎหมายระหว่างประเทศได้