โรคที่เกิดจากเส้นประสาทที่ควบคุมความรู้สึกของนิ้วมือถูกกดทับ ทําให้มีอาการชาและอ่อนแรงตามมา อย่ามองข้ามอาการเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจําวันในระยะยาว!

.

สาเหตุหลักคือ...

การใช้งานมือและข้อมือในท่าเดิมๆ เป็นเวลานาน: เช่น พิมพ์งาน, ใช้เมาส์, เล่นโทรศัพท์ หรือทํางานบ้าน

การบาดเจ็บหรือการบวม: จากการอักเสบ หรือโรคประจําตัว เช่น เบาหวาน โรคอ้วน หรือรูมาตอยด์ ทําให้พังผืดที่อยู่ในข้อมือหนาตัวขึ้นและไปกดทับเส้นประสาท

.

การรักษาทําอย่างไร?

การรักษาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ

ระยะเริ่มต้น: เน้นการปรับพฤติกรรม เช่น พักการใช้งาน, ใส่เฝือกพยุงข้อมือ, และอาจใช้ยาแก้อักเสบ

ระยะที่มีอาการมากขึ้น: แพทย์อาจพิจารณาการฉีดยาเฉพาะที่ หรือการทํากายภาพบําบัด

ระยะที่รุนแรง: อาจจําเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งให้ผลถาวร ช่วยให้เส้นประสาทกลับมาทํางานได้ปกติ

.

กายบริหารง่ายๆ ช่วยป้องกันและบรรเทาอาการ

การบริหารมือและข้อมืออย่างสม่ําเสมอเป็นสิ่งสําคัญมาก ควรทําอย่างน้อยวันละ 2-3 ครั้ง

ยืดแขน หน้า-หลัง: ยืดแขนไปข้างหน้า แล้วใช้มืออีกข้างดึงนิ้วมือลงและขึ้น สลับกัน ค้างไว้ท่าละ 10 วินาที ทํา 10 ครั้ง

ยืดเส้นฝ่ามือ ท่า-แบ: ค่อยๆ กําและแบมือออกช้าๆ ทํา 10 ครั้ง

กระดกข้อมือขึ้นลง-ซ้ายขวา: กระดกข้อมือขึ้น-ลง และซ้าย-ขวา ทําอย่างละ 10 ครั้ง

กางนิ้วเข้าออกจากกัน: ค่อยๆ กางนิ้วมือทั้งหมดออก แล้วหุบเข้าหากัน ทํา 10 ครั้ง

เพิ่มกําลังบีบลูกบอล: ใช้ลูกบอลหรือวัสดุที่นิ่ม บีบเข้า-คลายออก ทํา 10 ครั้ง

เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อข้อมือ: ใช้ดัมเบลเบาๆ หรือขวดน้ํา ยกขึ้น-ลง ทํา 10 ครั้ง

.

อย่าปล่อยให้การปวดเมื่อยหรืออาการชาเรื้อรัง จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ในชีวิตประจําวันนะครับ! หมั่นสังเกตอาการและดูแลตัวเองอยู่เสมอ