กองทัพเรือเดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุก นรข.สกัดเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ ยึดไอซ์ 300 กก. ริมโขง จ.บึงกาฬ
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่าหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลําแม่น้ําโขง (นรข.) ยังคงดําเนินการปฏิบัติการเชิงรุกด้านความมั่นคงชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นและทําลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะขบวนการลักลอบลําเลียงยาเสพติด ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยของประชาชน และเสถียรภาพของพื้นที่ชายแดน โดยเมื่อเช้ามืดของวันนี้ (31 มกราคม 2569) เวลา 02.30 น. นรข.เขตหนองคาย

โดย สถานีเรือบึงกาฬ ได้จัดกําลังลาดตระเวนและเฝ้าตรวจตามแนวลําน้ําโขง ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางยุทธศาสตร์ที่ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาตินํามาใช้ลักลอบลําเลียงยาเสพติดเข้าสู่ราชอาณาจักรไทย จากการตรวจการณ์บริเวณริมแม่น้ําโขง บ้านไคสี ตําบลไคสี อําเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ เจ้าหน้าที่ตรวจพบความเคลื่อนไหวต้องสงสัยของกลุ่มบุคคลคาดว่าเป็นเครือข่ายลําเลียงยาเสพติด เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าควบคุมสถานการณ์ กลุ่มผู้กระทําความผิดได้อาศัยความมืดและสภาพภูมิประเทศหลบหนีข้ามแดนกลับไปได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถ ตัดตอนและตรวจยึดของกลางได้จํานวนมาก ประกอบด้วย ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์) จํานวน 6 กระสอบ น้ําหนักรวมประมาณ 300 กิโลกรัม และรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง Honda Wave 110i จํานวน 1 คัน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งคาดว่าใช้เป็นพาหนะในขั้นตอนการลําเลียงจากแนวชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนใน

การตรวจยึดยาเสพติดครั้งนี้ ถือเป็นการ ทําลายห่วงโซ่การลําเลียงของเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติในระดับยุทธการ และเป็นการลดศักยภาพของขบวนการในการกระจายยาเสพติดเข้าสู่สังคมไทยอย่างมีนัยสําคัญ โดยประเมินมูลค่ายาไอซ์ของกลางน้ําหนักประมาณ 300 กิโลกรัม ไม่ต่ํากว่า 100 ล้านบาท ซึ่งหากเล็ดลอดเข้าสู่พื้นที่ตอนใน จะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อเยาวชน สังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ ภายหลังการตรวจยึด เจ้าหน้าที่ได้นําของกลางทั้งหมดกลับมายัง สถานีเรือบึงกาฬ เพื่อดําเนินการตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐาน และขยายผลเชิงข่าวกรอง เพื่อเชื่อมโยงไปยังโครงข่ายผู้สั่งการ ผู้สนับสนุน และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

กองทัพเรือยืนยันความพร้อมในการบูรณาการกําลังกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและการบังคับใช้กฎหมาย เดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุกตามแนวชายแดน เพื่อ สกัดกั้นภัยคุกคามจากอาชญากรรมข้ามชาติ ปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของรัฐ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน




