นางซานาเอะ ทากาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แถลงความคืบหน้ามาตรการรับมือวิกฤตพลังงานโลก โดยยืนยันว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะเริ่มดําเนินการระบายน้ํามันดิบออกจากคลังสํารองของรัฐตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อบรรเทาภาวะอุปทานตึงตัวและพยุงเศรษฐกิจภายในประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ยืดเยื้อระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน
มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนการระบายน้ํามันอย่างเป็นระบบ ซึ่งก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นได้เริ่มระบายน้ํามันจากคลังสํารองภาคเอกชนไปแล้วเมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา จํานวน 15 วัน และในรอบล่าสุดนี้จะเป็นการระบายน้ํามันจากคลังของรัฐในปริมาณสําหรับการใช้งานนานถึง 1 เดือน นอกจากนี้ น้ํามันสํารองร่วมของกลุ่มประเทศผู้ผลิตในตะวันออกกลางที่ฝากเก็บไว้ในญี่ปุ่นจะถูกนําออกมาใช้ภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้เช่นกัน
ไฮไลท์สําคัญของการดําเนินงานครั้งนี้ คือการประสานงานระดับพหุภาคี โดยนายกฯ ทากาอิจิ ได้เข้าพบประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ณ กรุงวอชิงตัน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อยืนยันความร่วมมือในการรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานและการคุ้มครองความปลอดภัยในการเดินเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์หลักในการขนส่งน้ํามันของโลกที่กําลังเผชิญความเสี่ยงจากการสู้รบ
นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นย้ําว่า "สันติภาพและความมั่นคงในตะวันออกกลางมีความสําคัญอย่างยิ่งต่อญี่ปุ่นและประชาคมโลก" โดยโตเกียวจะดําเนินการทางการทูตอย่างเต็มที่ร่วมกับประเทศพันธมิตร และเตรียมการระบายน้ํามันร่วมกันภายใต้การนําของสํานักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ในลําดับถัดไป เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดพลังงานโลก




