สํานักงานตํารวจแห่งชาติขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามกฎจราจรเคร่งครัด สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยบนท้องถนน ย้ําไม่มีการสั่งการเพิ่มจุดตรวจหรือเพิ่มสถิติการจับกุม

วันที่ 6 เมษายน 2569 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตํารวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.สําราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อํานวยการศูนย์บริหารงานจราจร สํานักงานตํารวจแห่งชาติ กํากับดูแลการบังคับใช้กฎหมายจราจร และสร้างความเข้าใจ รวมถึงวินัยจราจรแก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนโดยเคร่งครัด ซึ่งสํานักงานตํารวจแห่งชาติมุ่งเน้นการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน ลดอุบัติเหตุและความสูญเสียเป็นสําคัญ

ทั้งนี้ หลังจากสิ้นสุดช่วงมาตรการผ่อนผัน “เตือนก่อนปรับ” เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 และเริ่มเข้าสู่ช่วงการบังคับใช้กฎหมายจราจรตามปกติตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 นั้น จากสถิติการจับปรับใน 10 ข้อหาหลัก ตั้งแต่วันที่ 1-5 เมษายน 2569 ภาพรวมทั่วประเทศพบการกระทําความผิดข้อหา “ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร” มากที่สุด 16,101 ครั้ง รองลงมาคือข้อหา “ขับรถเร็วเกินกฎหมายกําหนด” 15,483 ครั้ง

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ย้ําว่า การดําเนินการกับผู้กระทําความผิดกฎหมายจราจรนั้นเป็นการปฏิบัติตามกฏหมายปกติ  สํานักงานตํารวจแห่งชาติกําชับให้เจ้าหน้าที่ตํารวจจราจรใช้ดุลยพินิจตามความหนักเบาตามฐานความผิดได้ และยืนยันว่าเป็นการปฏิบัติตามปกติ ไม่มีการเพิ่มจุดตรวจหรือเพิ่มสถิติการจับกุมแต่อย่างใด

มุ่งเน้นการเสริมสร้างวินัยจราจรโดยเฉพาะ 10 ข้อหาหลัก ที่เป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อลดการสูญเสียชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนจากอุบัติเหตุจราจร โดยในปีที่แล้วมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเกือบ 13,000 ราย และบาดเจ็บกว่า 800, 000 ราย ส่วนหนึ่งได้รับบาดเจ็บถึงทุพพลภาพถาวร อันส่งผลกระทบต่อครอบครัวและผู้ได้รับบาดเจ็บเอง

การกวดขันวินัยจราจรของเจ้าหน้าที่ตํารวจเป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรักและห่วงใยในสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชน ขอให้พี่น้องประชาชนเข้าใจและให้ความร่วมมือในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน ลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุ และยกระดับความปลอดภัยให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน