24 เม.ย.นี้ เริ่มใช้กฎหมายใหม่ “รปภ.” ได้ค่าล่วงเวลา ยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน เฝ้าทรัพย์สินต้องได้ค่าตอบแทนเป็นธรรม
(16 เมษายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 เป็นต้นไป กฎกระทรวงกําหนดค่าล่วงเวลาและค่าตอบแทนการทํางานที่เกินวันละแปดชั่วโมง ในงานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันเป็นหน้าที่การทํางานปกติของลูกจ้าง พ.ศ. 2568 จะมีผลบังคับใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน และสร้างความเป็นธรรมให้กับลูกจ้าง โดยเฉพาะพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) และผู้ปฏิบัติงานเฝ้าดูแลสถานที่และทรัพย์สิน
กฎกระทรวงฉบับนี้ถือเป็นการปรับปรุงสิทธิแรงงานครั้งสําคัญ โดยยกเลิกข้อยกเว้นเดิมตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2552 ที่กําหนดให้งานลักษณะดังกล่าวไม่ได้รับค่าล่วงเวลา ส่งผลให้ลูกจ้างในกลุ่มนี้ได้รับสิทธิค่าล่วงเวลาเช่นเดียวกับลูกจ้างทั่วไป
สําหรับสาระสําคัญ กําหนดให้นายจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 1.25 เท่า ของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง สําหรับการทํางานเกินวันละ 8 ชั่วโมงในวันทํางานปกติ และไม่น้อยกว่า 2.5 เท่า สําหรับการทํางานล่วงเวลาในวันหยุด
นอกจากนี้ กรณีที่มีการตกลงเวลาทํางานเกินวันละ 8 ชั่วโมง เช่น การทํางานเป็นกะ แต่รวมแล้วไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ นายจ้างยังคงต้องจ่ายค่าตอบแทนในอัตราดังกล่าวสําหรับชั่วโมงที่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับความเป็นธรรมอย่างแท้จริง
“กฎหมายฉบับนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการยกระดับมาตรฐานแรงงานไทย ให้สอดคล้องกับสภาพการทํางานจริง โดยเฉพาะกลุ่มที่ทํางานต่อเนื่องยาวนาน ให้ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม” นางสาวลลิดา กล่าว
TV5HD Newsเศรษฐกิจ
24 เม.ย.นี้ เริ่มใช้กฎหมายใหม่ "รปภ." ได้ค่าล่วงเวลา ยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน
24 เม.ย.นี้ เริ่มใช้กฎหมายใหม่ “รปภ.” ได้ค่าล่วงเวลา ยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน เฝ้าทรัพย์สินต้องได้ค่าตอบแทนเป็นธรรม (16 เมษายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 เป็นต้นไป กฎกระทรวงกําหนดค่าล่วงเวลาและค่าตอบแทนกา...

ข่าวเด่น



