รศ.ดร.พนิต ภู่จินดา หัวหน้าภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์ถึงรากเหง้าของอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟอโศก โดยชี้ว่าต้นตอของปัญหาคือ "เมืองขยาย แต่โครงสร้างรถไฟไม่เปลี่ยนตาม"
.
ในอดีต ระบบรถไฟขนส่งมวลชน (รถไฟหนัก) ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ถูกออกแบบมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อให้วิ่งบนพื้นดินนอกเขตเมือง เนื่องจากในเวลานั้นศูนย์กลางของกรุงเทพมหานครจํากัดอยู่เพียงบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ แต่เมื่อเมืองขยายตัวอย่างรวดเร็วเข้าสู่พื้นที่พระราม 4 สีลม สาทร และอโศก ส่งผลให้ทางรถไฟที่เคยอยู่นอกเมือง กลายสภาพมาเป็นเส้นทางตัดผ่านใจกลางย่านธุรกิจสําคัญ (CBD)
.
การปล่อยให้รถไฟขบวนใหญ่ที่มีน้ําหนักมากและต้องใช้ระยะเบรกยาว มาใช้จุดตัดร่วมกับรถยนต์ในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นสูง จึงเปรียบเสมือน "ระเบิดเวลา" ที่พร้อมจะเกิดอุบัติเหตุซ้ํารอยได้ตลอดเวลา
.
ต่างประเทศมักแก้ปัญหานี้ด้วย 2 แนวทางหลัก คือ การย้ายสถานีขนส่งออกไปนอกเมือง หรือการยกระดับทางรถไฟ-ทําทางลอดเพื่อแยกเส้นทางคมนาคมออกจากกันอย่างเด็ดขาด ซึ่งในอดีตประเทศไทยเคยมีความพยายามแก้ไข เช่น โครงการโฮปเวลล์ (ยก Rail ขึ้นลอยฟ้า) แต่ไม่ประสบความสําเร็จ หรือการก่อสร้างสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ) เพื่อย้ายศูนย์กลางการเดินรถ แต่ปัจจุบันก็ยังไม่สามารถย้ายระบบทั้งหมดไปได้อย่างสมบูรณ์ รถไฟส่วนหนึ่งจึงยังคงวิ่งบนดิน และตัดกับเส้นทางจราจรของรถยนต์ตามปกติ
.
รศ.ดร.พนิต ย้ําทิ้งท้ายว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณแยกอโศก แม้สุดท้ายจะสามารถหาตัวผู้กระทําความผิดมาลงโทษได้ แต่ตราบใดที่โครงสร้างผังเมืองและจุดตัดทางรถไฟยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ในอนาคตอุบัติเหตุรุนแรงในลักษณะนี้ก็มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน
.
#อุบัติเหตุอโศก #ผังเมืองกรุงเทพ #จุดตัดทางรถไฟ #รศดรพนิตภู่จินดา #รถไฟไทย #ความปลอดภัยบนท้องถนน #TV5HD #TV5HDONLINE





