"อนุทิน" ถกทูตบังกลาเทศ ปั้นไทยเป็นสะพานเชื่อม ASEAN-BIMSTEC ดันโปรเจกต์เรือระนอง-เที่ยวบินตรงเชียงใหม่ เตรียมเปิดเจรจา FTA ยกระดับการค้า-ความมั่นคงทางอาหาร พร้อมร่วมมือปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ และหนุนไทยเป็น Hub การแพทย์ของชาวบังกลาเทศ

ทําเนียบรัฐบาล – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดตึกไทยคู่ฟ้าต้อนรับ นายฟัยยาซ มูรชิด กาซี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศประจําประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะเพื่ออําลาตําแหน่ง โดยทั้งสองฝ่ายได้ร่วมหารือยุทธศาสตร์สําคัญในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ไทย-บังกลาเทศ ให้เป็นฟันเฟืองหลักในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระดับภูมิภาค

ในการหารือครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ําถึงบทบาทของไทยในการเป็น "สะพานเชื่อม" (Bridge) ระหว่างอาเซียน (ASEAN) และกรอบความร่วมมือบิมสเทค (BIMSTEC) โดยมุ่งเน้นความร่วมมือ 5 มิติหลัก ดังนี้:

1.ด้านเศรษฐกิจและการค้า: เห็นพ้องเร่งเดินหน้าเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อขยายโอกาสการลงทุนและลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน

2.ด้านคมนาคมและโลจิสติกส์: ผลักดันการเชื่อมโยงทางทะเลระหว่าง ท่าเรือระนองของไทย กับ ท่าเรือจิตตะกองของบังกลาเทศ เพื่อยกระดับการขนส่งสินค้า พร้อมพิจารณาเปิดเส้นทางบินตรง "เชียงใหม่-จิตตะกอง" เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและสายสัมพันธ์ระดับประชาชน

3.ด้านสาธารณสุขและการท่องเที่ยว: บังกลาเทศยกย่องไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพ (Medical Hub) อันดับต้นๆ โดยในปี 2568 มีชาวบังกลาเทศเดินทางมาไทยกว่า 1.4 แสนคน ซึ่งไทยพร้อมอํานวยความสะดวกในทุกมิติ

4.ด้านความมั่นคงและอาหาร: ขยายความร่วมมือด้านการเกษตรเพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน พร้อมยินดีในความสําเร็จของ MOU ด้านกลาโหม และการร่วมกันปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างจริงจัง

5.ด้านความร่วมมือภูมิภาค: ไทยยืนยันสนับสนุนบังกลาเทศในการดํารงตําแหน่งประธาน BIMSTEC (ปี 2568-2570) พร้อมผลักดัน "วิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030" ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้อวยพรให้เอกอัครราชทูตฯ ประสบความสําเร็จในภารกิจใหม่ และยืนยันว่ารัฐบาลไทยพร้อมสานต่อทุกความร่วมมือเพื่อสร้างเสถียรภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนร่วมกันในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้