การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีชายถูกขบวนรถชานเมืองเฉี่ยวชนเจ็บ ยืนยันรถวิ่งตามรางปกติ แต่ผู้บาดเจ็บประมาทแอบปีนแนวแบริเออร์เข้ามาทําธุระส่วนตัว
การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) — ชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสังคม กรณีที่มีการนําเสนอข่าวผ่านสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับอุบัติเหตุขบวนรถชานเมืองที่ 367 (เส้นทางกรุงเทพฯ - ฉะเชิงเทรา) เฉี่ยวชนบุคคลได้รับบาดเจ็บ บริเวณเสาโทรเลขที่ 6/3-4 ระหว่างสถานีมักกะสัน ถึงสถานีคลองตัน ช่วงก่อนเข้าป้ายหยุดรถอโศก เมื่อเวลา 10.40 น. ของวันที่ผ่านมา

รฟท. ระบุว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อป้องกันการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนจนนําไปสู่ความเข้าใจผิดว่า “รถไฟวิ่งเข้าไปชนคน” พบว่าขบวนรถไฟดังกล่าวได้วิ่งให้บริการอยู่บนรางตามเส้นทางปกติ แต่อุบัติเหตุเกิดจากความประมาทของผู้บาดเจ็บ ซึ่งได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดริมถนน จากนั้นได้ลักลอบ “ปีนข้ามแนวแบริเออร์กั้น” ซึ่งเป็นสิ่งกีดขวางแบ่งแยกเขตแดนชัดเจนระหว่างถนนกับเขตทางรถไฟ เพื่อเดินเข้ามา đứngปัสสาวะในพื้นที่หวงห้ามของทางรถไฟในระยะกระชั้นชิด ประกอบกับรถไฟเป็นพาหนะขนาดใหญ่ที่มีระยะเบรกยาว แม้พนักงานขับรถได้เปิดหวูดเตือนแล้วแต่ก็ไม่สามารถหยุดขบวนรถได้ทันท่วงที เป็นเหตุให้เกิดการเฉี่ยวชนขึ้น

ปฏิบัติการและการกระทําดังกล่าว นอกจากจะก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตและร่างกายของผู้บุกรุกเองแล้ว ยังส่งผลกระทบให้ระบบการเดินรถไฟต้องหยุดชะงักและล่าช้ากว่ากําหนดเดิมถึง 22 นาที ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้โดยสารส่วนรวมที่จําเป็นต้องใช้บริการสาธารณะในการเดินทาง
การรถไฟแห่งประเทศไทย จึงขอย้ําเตือนและขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนอีกครั้งว่า พื้นที่เขตทางรถไฟที่มีรั้วหรือแนวแบริเออร์กั้นไว้ ถือเป็นพื้นที่อันตรายและเป็นเขตหวงห้ามเด็ดขาด ห้ามมิให้ผู้ใดปีนป่าย ลักลอบเข้ามาเดินสัญจร หรือใช้ทําธุระส่วนตัวโดยเด็ดขาด ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเอง และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อระบบการคมนาคมขนส่งมวลชนของประเทศ




