กรมควบคุมโรคจับตา 2 โรคร้ายปี 69 “ฮันตาไวรัส-อีโบลา” ย้ําไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่ต้องเฝ้าระวังเข้มข้น! ประกาศให้ 2 ประเทศเป็นเขตติดโรคอันตราย

แพทย์หญิงจุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และโฆษกกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงสถานการณ์สาธารณสุขที่ต้องเฝ้าระวังในปี 2569 โดยเน้นย้ําไปที่ 2 โรคสําคัญ คือ "โรคฮันตาไวรัส" และ "โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา" เพื่อเตรียมความพร้อมและสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชน

เกาะติด "ฮันตาไวรัส" ระบาดบนเรือสําราญ จากสถานการณ์ล่าสุดพบการระบาดของโรคฮันตาไวรัสบนเรือสําราญในยุโรปช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2569 อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดการณ์ว่าจะไม่มีการระบาดใหญ่ไปทั่วโลก สําหรับประเทศไทย แม้จะมีเชื้อฮันตาไวรัสอยู่เดิมแต่เป็นสายพันธุ์ที่มีความรุนแรงน้อยกว่าที่พบในต่างประเทศ

อาการและแนวทางเฝ้าระวัง:

อาการ: มีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียสโดยไม่ทราบสาเหตุ, หนาวสั่น, ปวดกล้ามเนื้อ, ปวดศีรษะ, ปวดท้อง, คลื่นไส้อาเจียน และถ่ายเหลว

การติดต่อ: สัมผัสสัตว์ฟันแทะ (หนู) หรือสูดดมละอองสิ่งขับถ่ายของหนูในพื้นที่ปิดที่อากาศไม่ถ่ายเท (ระยะฟักตัวประมาณ 8 สัปดาห์)

มาตรการ: หากโรงพยาบาลพบผู้ป่วยต้องสงสัย ต้องรายงานต่อสํานักงานสาธารณสุขจังหวัดหรือสํานักอนามัย กทม. ทันที เพื่อการเฝ้าระวังเชิงรุก

ด้านสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola) ปัจจุบันพบการระบาดของสายพันธุ์ "บันดิบูเกียว" (Bundibugyo) ในทวีปแอฟริกา ซึ่งเป็นกลุ่มไวรัสไข้เลือดออกที่มีค้างคาวผลไม้เป็นรังโรค และสามารถแพร่จากคนสู่คนผ่านการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่ง

ข้อเท็จจริงในประเทศไทย ปัจจุบันยังไม่พบผู้ป่วยยืนยันหรือผู้เข้าข่ายสงสัยในไทย สายพันธุ์บันดิบูเกียวยังไม่มีวัคซีนป้องกัน (คาดว่าใช้เวลาพัฒนา 3-9 เดือน) โดยกระทรวงสาธารณสุขประกาศให้ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DR Congo) และ ยูกันดา เป็นเขตติดโรคอันตราย ทั้งนี้องค์การอนามัยโลกยังไม่ประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินระดับนานาชาติ แต่ไทยยังคงมาตรการคัดกรองอย่างเข้มงวด