สกัดไวรัสสายพันธุ์ดุ! กรมควบคุมโรคเดินหน้ามาตรการกักกันเข้ม หลังพบผู้เดินทางจากพื้นที่ระบาดแอฟริกาเข้าไทยแล้ว 10 ราย เผยผลตรวจเบื้องต้นยังไม่พบอาการป่วย

วันที่ 24 พ.ค.69 - กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ประกาศยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและคุมเข้ม "โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา" ขั้นสูงสุด พร้อมเตรียมหารือร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อวางมาตรการกักตัวผู้เดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยงอย่างเข้มงวด

มาตรการเร่งด่วนนี้เกิดขึ้นหลังจากที่องค์การอนามัยโลก (WHO) มีมติประกาศให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์ Bundibugyo (BVD) ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและสาธารณรัฐยูกันดา เป็น "ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ" (PHEIC) เนื่องจากสายพันธุ์ดังกล่าวยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ และสถานการณ์ระบาดในพื้นที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยข้อมูล ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ว่า พบผู้เดินทางจากเขตติดโรคอีโบลาเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยแล้วจํานวน 10 คน แบ่งเป็นผู้เดินทางมาจากยูกันดา 8 คน และคองโก 2 คน ซึ่งผลการคัดกรองที่ด่านควบคุมโรคเบื้องต้น ยังไม่พบอาการป่วยใด ๆ" อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ออกคําสั่งให้คุมตัวไว้เพื่อสังเกตอาการต่อเนื่องจนกว่าจะครบกําหนด 21 วัน

มติคณะกรรมการด้านวิชาการ (พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558) กําหนดแนวทางปฏิบัติ 3 กลุ่มชัดเจน
 กลุ่มที่ 1 ผู้เดินทางจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ไม่มีอาการ) ถือเป็นพื้นที่ระบาดความเสี่ยงสูง ต้องเข้ารับการกักกันในสถานที่ที่รัฐกําหนด (Quarantine) เป็นเวลาอย่างน้อย 21 วัน
 กลุ่มที่ 2 ผู้เดินทางจากยูกันดา (ไม่มีอาการ)  ให้คุมไว้สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด และต้องรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่ออย่างน้อย 21 วัน
 กลุ่ม 3 ผู้เดินทางที่มีอาการเข้าข่ายสงสัย (จากทั้งสองประเทศ) จะถูกส่งตัวเข้าสู่ระบบแยกกักในสถานพยาบาลที่กําหนด (Isolation) ทันทีอย่างน้อย 21 วัน

ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคจะติดตามและประเมินสถานการณ์ระบาดจากทั่วโลกอย่างใกล้ชิดวันต่อวัน เพื่อปรับปรุงและยกระดับมาตรการการป้องกันให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่อไป