สํานักข่าวเอพีรายงานความคืบหน้าอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ ช่วงชั่วโมงเร่งด่วนเวลาประมาณ 08.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของประเทศเบลเยียม โดยทางด้าน นายฌอง-ลุก คริคก์ (Jean-Luc Crucke) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเบลเยียม และโฆษกสํานักงานอัยการ ได้ร่วมกันแถลงยืนยันเหตุการณ์รถไฟพุ่งชนรถตู้โรงเรียน ณ บริเวณจุดตัดทางรถไฟฟีร์ฮุยเซน เมืองบูกเกนฮูท ห่างจากกรุงบรัสเซลส์ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 22 กิโลเมตร

จากการตรวจสอบพฤติการณ์แวดล้อมหน้างานและระบบกล้องวงจรปิดของบริษัท อินฟราเบล (Infrabel) ผู้ดูแลโครงสร้างพื้นฐานระบบรางเบลเยียม ระบุชัดเจนว่า ในขณะเกิดเหตุ แผงไม้กั้นทางรถไฟได้เลื่อนปิดลงมาจนสุดเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งมีสัญญาณไฟเตือนภัยสีแดงกะพริบแจ้งเตือนอย่างถูกต้อง ทว่ารถตู้มินิบัสคันดังกล่าวกลับพยายามขับเลี้ยวตัดหน้าข้ามทางรถไฟในระยะกระชั้นชิด ส่งผลให้พนักงานขับรถไฟขบวนที่กําลังแลนดิ้งมาจากเมืองบรูกส์มุ่งหน้าบูกเกนฮูทด้วยความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่สามารถเปิดระบบเบรกฉุกเฉินได้ทันท่วงที

แรงปะทะที่รุนแรงส่งผลให้รถตู้มินิบัสถูกชนพลิกคว่ําและกระเด็นลอยไปไกลกว่า 15 เมตร อัดเข้ากับเสาเหล็กข้างทางอย่างแรง สภาพรถพังยับเยินทั้งคัน ภายในรถตู้คันดังกล่าวมีผู้นั่งมาทั้งหมด 9 ราย เป็นคนขับ ครูผู้ดูแล และเด็กนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้และเด็กพิเศษอายุระหว่าง 12-15 ปี อีก 7 ราย ซึ่งกําลังเดินทางไปโรงเรียนมัธยมศึกษาศึกษาพิเศษในพื้นที่

สรุปยอดสถิติความสูญเสียจากอุบัติเหตุ:

  • ผู้เสียชีวิต (4 ราย): คนขับรถตู้ชายอายุ 49 ปี, ครูพี่เลี้ยงผู้ดูแลอายุ 27 ปี และเด็กนักเรียนอายุ 12 ปี และ 15 ปี

  • ผู้บาดเจ็บ (5 ราย): เด็กนักเรียนในรถตู้ทั้งหมด ได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่สัญญาณชีพยังคงคงที่ภายใต้การดูแลของแพทย์ในโรงเรียนท้องถิ่น

  • ผู้โดยสารบนรถไฟ (ประมาณ 100 ราย): ปลอดภัยทั้งหมด ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ มีเพียงผู้โดยสาร 1 รายที่มีอาการตกใจรุนแรง (Shock) ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้อพยพไปพักคอย ณ สถานีดับเพลิงในชุมชน

ภายหลังเกิดเหตุ นายบาร์ต เดอ เวเวอร์ นายกรัฐมนตรีเบลเยียม และนางอูร์ซูลา ฟอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ร่วมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย โดยชี้ว่าเป็นวันแห่งความมืดมนและเป็นอุบัติเหตุทางรางที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศ ขณะที่พนักงานสอบสวนระดมทีมพิสูจน์หลักฐานและผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมทางหลวงเข้าตรวจสอบซากรถอย่างละเอียดเพื่อสรุปสํานวนคดีต่อไป

ภาพ - AP