ม็อบนับพันชาวแอลเบเนียบุกกรุงติราน่า เพื่อประท้วงโครงการลูกเขย "ทรัมป์" ที่ผุดรีสอร์ตหรูบนพื้นที่ชุ่มน้ําสุดท้ายของยุโรป  ชี้เป็นการรุกรานระบบนิเวศเกาะซาซาน-ซแวร์เนค หลังรถขุดเริ่มถล่มป่าสน-ไถเนินทรายเปิดทางทุนใหญ่สหรัฐฯ ทําเอา NGO ทั่วโลกจับตาหวั่นทําลายเส้นทางนกอพยพ

สํานักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้า สถานการณ์ความขัดแย้งในประเทศแอลเบเนีย เมื่อกลุ่มมวลชนจํานวนหลายพันคนรวมตัวกันเดินขบวนประท้วงครั้งใหญ่ไปตามท้องถนนในกรุงติราน่า เมืองหลวงของประเทศ เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านโครงการก่อสร้างรีสอร์ตระดับซูเปอร์ลักชูรีของ นายจาเร็ด คุชเนอร์ นักธุรกิจชื่อดังซึ่งเป็นบุตรเขยของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นําสหรัฐอเมริกา โดยโครงการดังกล่าวมีแผนที่จะเข้ามายึดหัวหาดบนเกาะซแวร์เนค ในเขตทะเลสาบนาร์ตาทางตอนใต้ และเกาะซาซาน ซึ่งเป็นอดีตฐานทัพทหารที่ใหญ่ที่สุดในทะเลเอเดรียติก เพื่อเนรมิตให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกสําหรับกลุ่มเศรษฐี

กลุ่มผู้ประท้วงและองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) ด้านสิ่งแวดล้อมได้ออกมาส่งเสียงเตือนอย่างรุนแรงว่า พื้นที่เป้าหมายของโครงการนี้คือระบบนิเวศที่มีความสําคัญระดับวิกฤต โดยเฉพาะบริเวณดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ําที่ยังคงความสมบูรณ์ตามธรรมชาติแห่งสุดท้ายในทวีปยุโรป และเป็นพื้นที่ชุ่มน้ําที่สําคัญที่สุดในแถบเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งหากมีการก่อสร้างเกิดขึ้นจริงจะถือเป็นการทําลายความหลากหลายทางชีวภาพอย่างถาวร และขัดขวางเส้นทางอพยพของนกสายพันธุ์หายากที่ใช้พื้นที่นี้เป็นจุดพักพิงตามธรรมชาติ

ชนวนเหตุที่ทําให้กระแสความไม่พอใจระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงในเดือนพฤษภาคมนี้ เกิดจากภาพความเสียหายในพื้นที่ก่อสร้างที่เริ่มมีการนํารถขุดเข้าไปโค่นทําลายป่าสนโบราณและไถเนินทราย เพื่อเปิดทางทําถนนใหม่ นอกจากนี้ยังมีกระแสการแชร์ภาพและวิดีโอบนโลกโซเชียลที่เผยให้เห็นวินาทีเจ้าหน้าที่ความมั่นคงใช้กําลังเข้าสลายและลากตัวนักเคลื่อนไหวกลุ่มอนุรักษ์ออกจากพื้นที่ก่อสร้างอย่างไม่เป็นธรรม ยิ่งสร้างแรงผลักดันให้ประชาชนลุกฮือขึ้นมาปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของประเทศจากเมกะโปรเจกต์ของกลุ่มทุนการเมืองสหรัฐฯ ในครั้งนี้