แบงก์ชาติจ่อคุมสินเชื่อ ‘ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง’ หลังพบวัยเริ่มทํางานหนี้เสียพุ่ง เตรียมเสนอคลังออกเกณฑ์กํากับสินเชื่อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ คาดบังคับใช้ภายในปี 2569

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.เตรียมเสนอให้กระทรวงการคลังอก่ออกหลักเกณฑ์กํากับดูแลสินเชื่อ “ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง” หรือ Buy Now Pay Later (BNPL) ที่ให้บริการผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ หลังพบการเติบโตอย่างรวดเร็วและเริ่มส่งผลต่อปัญหาหนี้ครัวเรือน โดยคาดว่าจะสามารถบังคับใช้ได้ภายในปี 2569

ข้อมูลของ ธปท. ระบุว่า จํานวนบัญชีผู้ใช้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัลบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 99.99 ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ขณะที่มูลค่าสินเชื่อขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 38 ต่อปี หรือคิดเป็นมูลหนี้รวมกว่า 18,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ พบว่ากลุ่มผู้ใช้บริการหลักเป็นผู้บริโภคอายุน้อย โดยเฉพาะกลุ่มวัยเริ่มทํางานอายุ 20-35 ปี ซึ่งกลายเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนหนี้เสียสูงที่สุด สอดคล้องกับผลสํารวจของศูนย์วิจัยอีไอซี ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่พบว่าผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและผู้เริ่มทํางานใหม่ อายุ 25-30 ปี และมีอัตราค้างชําระหนี้สูงกว่ากลุ่มอื่น

ธปท. ยังพบว่าผู้ให้บริการบางรายออกแบบระบบชําระเงินให้ผู้บริโภคใช้วงเงินสินเชื่อโดยไม่รู้ตัว พร้อมใช้โปรโมชั่นส่วนลดหรือข้อความส่งเสริมการขาย เช่น “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ ขณะที่ยอดผ่อนรายเดือนอาจดูไม่สูง แต่เมื่อคํานวณเป็นอัตราดอกเบี้ยรายปี อาจมีภาระดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 18.79 ต่อปี

สําหรับแนวทางกํากับดูแล ธปท. อยู่ระหว่างจัดทําร่างประกาศหลักเกณฑ์สินเชื่อชําระค่าสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยอาจกําหนดอายุขั้นต่ําของผู้กู้ ประเภทสินเชื่อ และมูลค่าสินค้าขั้นต่ํา เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและลดความเสี่ยงด้านหนี้สินของประชาชน

นอกจากนี้ ธปท. ยังเตรียมทยอยลดค่าธรรมเนียมบริการทางการเงินหลายรายการ โดยจะยกเลิกค่าธรรมเนียมฝาก ถอน และโอนเงินข้ามเขตที่สาขา ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 รวมถึงปรับลดค่าขอรายการเดินบัญชีย้อนหลัง (Statement) จากเดิมสูงสุด 1,000 บาท เหลือไม่เกิน 100 บาทต่อบัญชีต่อครั้ง และหากขอในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์จะไม่มีค่าใช้จ่าย

ขณะเดียวกัน ค่าธรรมเนียมเบิกเงินสดผ่านบัตรเครดิตจะลดจากร้อยละ 3 เหลือไม่เกินร้อยละ 2.5 ของยอดเบิกเงิน และค่าธรรมเนียมแรกเข้าบัตร ATM พื้นฐานสําหรับบุคคลธรรมดาจะลดจากปีละ 400 บาท เหลือไม่เกิน 150 บาท

ธปท. ระบุว่าจะทยอยประกาศมาตรการลดค่าธรรมเนียมบริการทางการเงินสําหรับประชาชนและผู้ประกอบการ SME ครอบคลุมธุรกรรมรวม 19 รายการ และคาดว่าจะดําเนินการแล้วเสร็จภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2569