ดีเดย์วันแรก! "ไทยช่วยไทย พลัส" เปิดใช้สิทธิฟู้ดเดลิเวอรี ขนทัพร้านค้ากว่า 8.8 หมื่นแห่ง ร่วมเติมอิ่มประชาชน รัฐช่วยจ่าย 60% หนุนยอดใช้จ่ายสะสมทะลุ 2.9 หมื่นล้านบาท นักเศรษฐศาสตร์มั่นใจเงินหมุนเวียนในระบบไม่ต่ํากว่า 2.5 แสนล้าน

วันนี้ (15 มิ.ย. 2569) ถือเป็นวันแรกที่รัฐบาลเปิดให้ประชาชนเริ่มใช้สิทธิโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรี (Food Delivery) เพื่ออํานวยความสะดวกและลดภาระค่าครองชีพ โดยสามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่เวลา 06.00 - 21.00 น. ของทุกวัน ซึ่งล่าสุดมีร้านอาหารลงทะเบียนเชื่อมต่อระบบเดลิเวอรีสําเร็จแล้วถึง 88,198 ร้านค้า

สําหรับขั้นตอนการใช้งาน ประชาชนสามารถสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการ โดยสังเกตแบนเนอร์หรือสัญลักษณ์ "ไทยช่วยไทยพลัส 60/40" ระบบจะเชื่อมต่อไปยังแอปฯ "เป๋าตัง" เพื่อยืนยันการใช้สิทธิโดยอัตโนมัติ ภายใต้เงื่อนไขรัฐบาลสนับสนุนค่าอาหารและเครื่องดื่ม 60% และประชาชนจ่ายสมทบเอง 40% ทั้งนี้ ผู้ใช้สิทธิต้องชําระเงินผ่านแอปฯ เป๋าตัง ภายในเวลาที่กําหนด (ประมาณ 5-10 นาที) เพื่อยืนยันคําสั่งซื้อ และโครงการนี้จะสนับสนุนเฉพาะค่าอาหารเท่านั้น ไม่รวมค่าบริการจัดส่ง ซึ่งผู้ใช้สิทธิต้องเป็นผู้ชําระเองตามอัตราของแต่ละแพลตฟอร์ม

ด้านกระทรวงการคลัง เปิดเผยสถิติล่าสุด พบว่ามีร้านค้าทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการรวมทุกประเภทแล้วกว่า 1 ล้านแห่ง แบ่งเป็นร้านค้าเดิม 8.7 แสนแห่ง และร้านค้าใหม่กว่า 1.6 แสนแห่ง ขณะที่มีประชาชนใช้สิทธิไปแล้ว 24.8 ล้านคน มียอดใช้จ่ายสะสมรวมสูงถึง 29,363 ล้านบาท โดยมีผู้ใช้สิทธิเต็มวงเงิน 1,000 บาท แล้วกว่า 2.65 ล้านคน

ขณะที่ นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย วิเคราะห์ว่าโครงการนี้เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยประคองเศรษฐกิจไทย โดยคาดว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนในระบบไม่ต่ํากว่า 250,000 ล้านบาท ช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยมียอดขายเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังต้องเฝ้าระวังปัจจัยด้านต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกําไรของผู้ค้า โดยคาดว่าผลลัพธ์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้จะเห็นความชัดเจนอย่างมากในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมนี้