กรมพัฒนาธุรกิจการค้าผนึกกําลังตํารวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บุกตรวจนอมินีภูเก็ต-กระบี่ พบ 66 บริษัทต้องสงสัย ใช้คนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติเชื่อมโยงการถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์มูลค่ากว่า 700 ล้านบาท พร้อมขยายผลดําเนินคดีตามกฎหมาย

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับสํานักงานตํารวจแห่งชาติ กรมที่ดิน สํานักงานพาณิชย์จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการตรวจสอบธุรกิจต้องสงสัยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอําพรางหรือ “นอมินี” ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและกระบี่ พบบริษัทเข้าข่ายกระทําผิดรวม 66 ราย เชื่อมโยงการถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์มูลค่าหลายร้อยล้านบาท

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ร่วมปฏิบัติการกับสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ภายใต้ปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3 ฝั่งอันดามัน” เพื่อตรวจสอบธุรกิจที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542

ผลการตรวจสอบในจังหวัดภูเก็ต พบบริษัทที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นนอมินีจํานวน 10 บริษัท เกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดิน 4 แปลง เนื้อที่กว่า 2 ไร่ มูลค่าประมาณ 116 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบบริษัทอีก 39 ราย ที่มีโครงสร้างการถือหุ้นเข้าข่ายต้องตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับการถือครองที่ดินรวม 52 แปลง มูลค่าประมาณ 115 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกว่า 231 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบโรงแรมแห่งหนึ่งในอําเภอป่าตอง ซึ่งประกอบธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต ห้องชุด และบริการเช่ารถจักรยานยนต์ โดยพบว่าผู้ถือหุ้นชาวไทยรายหนึ่งยอมรับว่าเป็นผู้ถือหุ้นแทนบุคคลสัญชาติอิสราเอล และยังพบธุรกิจร้านอาหารและร้านกัญชาที่ใช้สถานที่เดียวกันในการดําเนินกิจการ

ส่วนในจังหวัดกระบี่ พบบริษัทที่เข้าข่ายเป็นนอมินีจํานวน 9 บริษัท ถือครองที่ดินรวม 17 แปลง มูลค่าประมาณ 209 ล้านบาท และพบบริษัทอีก 8 ราย ที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับการถือครองที่ดินอีก 8 แปลง มูลค่าประมาณ 290 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกว่า 499 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังพบกรณีบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งในจังหวัดกระบี่ ซึ่งดําเนินโครงการพูลวิลล่าและถือครองที่ดินมูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท แม้มีคนไทยถือหุ้น 100% แต่จากการตรวจสอบพบว่าการบริหารและควบคุมกิจการอยู่ในมือชาวต่างชาติ จึงเข้าข่ายต้องตรวจสอบในลักษณะนอมินี

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า จะสนับสนุนข้อมูลทางทะเบียนนิติบุคคล โครงสร้างผู้ถือหุ้น และงบการเงิน เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบการดําเนินคดี พร้อมเตรียมส่งข้อมูลบริษัทอีก 623 ราย ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ และพังงา ที่พบความเชื่อมโยงกับพฤติกรรมลักษณะนอมินี ให้ชุดเฉพาะกิจของสํานักงานตํารวจแห่งชาติดําเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยืนยันว่า ประเทศไทยยังคงเปิดกว้างต่อการลงทุนจากต่างชาติที่ดําเนินการถูกต้องตามกฎหมาย แต่จะดําเนินการอย่างจริงจังกับผู้ที่ใช้ช่องทางนอมินีเพื่อหลีกเลี่ยงข้อกฎหมายหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ


#นอมินี #ภูเก็ต #กระบี่ #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #ต่างชาติถือครองที่ดิน