พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อํานวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ที่เกี่ยวเนื่องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (แก๊งคอลเซ็นเตอร์) ณ โรงแรมมัดดีส์ บีช รีสอร์ท จังหวัดจันทบุรี โดยมี พล.ต.ท.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน จเรตํารวจ/หัวหน้าส่วนปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ
.
พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจาก 11 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย อินเดีย ออสเตรเลีย สาธารณรัฐเกาหลี และเนปาล 
.
พร้อมผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (International Organization for Migration - IOM), สํานักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจําประเทศไทย (HSI) และ ศูนย์ความร่วมมือและบูรณาการการบังคับใช้กฎหมายล้านช้าง-แม่โขง (Lancang-Mekong Integrated Law Enforcement and Security Cooperation Center – LMLECC) รวมถึงหน่วยงานของไทย ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ และกองทัพบก ร่วมประชุม เพื่อร่วมกําหนดแนวทางความร่วมมือในการสกัดกั้นและปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยจัดการประชุมระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2569 
.
ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ แนวโน้ม และรูปแบบการกระทําผิดที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศ ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน พร้อมร่วมกันกําหนดแนวทางยกระดับความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย โดยเห็นพ้องที่จะเร่งรัดในหลายประเด็นสําคัญ อาทิ
 
▪การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง
▪การประสานการสืบสวนคดีข้ามพรมแดน
▪การติดตามเส้นทางการเงิน
▪การช่วยเหลือและส่งกลับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ 
▪การติดตามจับกุมผู้กระทําผิดและผู้บงการเครือข่าย

ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นและปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์อย่างเป็นรูปธรรม

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 ประเทศต่าง ๆ 

ให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายจากขบวนการค้ามนุษย์รวม 46 สัญชาติ จํานวน 14,694 ราย

รับคนไทยที่ถูกส่งตัวกลับจากประเทศกัมพูชา เนื่องจากเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเว็บพนันออนไลน์ ระหว่างปี 2565–2569 จํานวน 105 ครั้ง รวม 2,774 ราย 

“สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาดังกล่าวมีความเชื่อมโยงระหว่างหลายประเทศ และจําเป็นต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง”
.
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงแนวทางป้องกันการล่อลวงประชาชนให้เดินทางไปทํางานกับขบวนการอาชญากรรมในต่างประเทศ ซึ่งมักใช้วิธีหลอกลวงผ่านการชักชวนให้ลงทุน การโฆษณารับสมัครงานที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง และการหลอกลวงผ่านความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือโรแมนซ์สแกม (Romance Scam) โดยทุกประเทศเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในการเฝ้าระวัง การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการสร้างการรับรู้แก่ประชาชน เพื่อลดจํานวนผู้ตกเป็นเหยื่อและสกัดกั้นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติได้อย่างยั่งยืน