รัฐบาลชี้แจงเกณฑ์ยุบสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ย้ําอํานาจอยู่ที่ "นายทะเบียนท้องที่" และไม่กระทบสมาคมอื่น นอกจากนี้ขั้นตอนยังต้องผ่านการพิจารณาเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา ยืนยันปัจจุบันยังคงมีสมาคมฯ ดําเนินการอยู่กว่า 3,800 แห่งทั่วประเทศ ขอประชาชนอย่ากังวล

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงถึงกระบวนการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ภายหลังมีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์และสร้างความกังวลแก่สมาชิก โดยยืนยันว่าการสั่งเลิกสมาคมฯ แห่งใดแห่งหนึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อสมาคมฯ อื่น

“ทั้งนี้ขั้นตอนทางกฎหมาย การสั่งเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์เป็นอํานาจของนายทะเบียนในท้องที่นั้นๆ โดยคําสั่งเลิกจะต้องถูกส่งให้นายทะเบียนกลาง ซึ่งคืออธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) เพื่อประกาศการเลิก ก่อนจะนําไปลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ซึ่งนายทะเบียนกลางไม่มีอํานาจในการสั่งเลิกสมาคมฯ ได้โดยตรง”นางสาวอัยรินทร์กล่าว

นางสาวอัยรินทร์  กล่าวต่อว่า พระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 กําหนดเหตุในการเลิกสมาคมฯ ไว้ 3 ประการ คือ 1) ที่ประชุมใหญ่ของสมาคมฯ มีมติให้เลิก 2) นายทะเบียนท้องที่สั่งให้เลิก กรณีพบการทุจริตหรือกิจการไม่สามารถดําเนินต่อไปได้ และ 3) ศาลมีคําสั่งให้เลิก

“จากข้อมูลพบว่า สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ทั่วประเทศมีกว่า 4,874 แห่ง ปัจจุบันยังดําเนินการอยู่ 3,839 แห่งขอประชาชนอย่าเป็นกังวล ซึ่งการยกเลิกสมาคมฌาปนกิจมีเหตุผลที่แตกต่างกันไป และไม่ส่งผลกระทบกับสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์อื่น ๆ ทั้งนี้ การยกเลิกสมาคมฌาปนกิจจะต้องผ่านการพิจารณาและสั่งเลิกจากนายทะเบียนท่องที่” นางสาวอัยรินทร์ ย้ํา