ศธ. “ย้ําชัดทุกโรงเรียนต้องลดภาระผู้ปกครองทันที” ออกมาตรการเข้ม ไม่มีข้อยกเว้น เดินหน้าจากความร่วมมือสู่การปฏิบัติจริงทั่วประเทศ

2 พฤษภาคม 2569 กระทรวงศึกษาธิการประกาศยกระดับนโยบาย “ลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง” อย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทุกสถานศึกษาทั่วประเทศ โดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมเร่งขับเคลื่อนจาก “ความร่วมมือ” สู่ “การปฏิบัติจริง” หลังพบว่ายังมีบางสถานศึกษาที่ยังไม่ดําเนินการตามแนวทางที่ได้ขอความร่วมมือไปก่อนหน้านี้

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนวัดอมรินทราราม ว่า จากสถานการณ์ค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูงและส่งผลกระทบต่อครัวเรือนทั่วประเทศ กระทรวงศึกษาธิการได้ให้ความสําคัญกับการ “ลดภาระผู้ปกครอง” มาอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ได้มีหนังสือขอความร่วมมือไปยังสถานศึกษาทั่วประเทศให้พิจารณาปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จําเป็น

อย่างไรก็ตาม จากการติดตามพบว่า แม้หลายโรงเรียนได้ตอบรับและดําเนินการอย่างรวดเร็ว แต่ยังมีบางแห่งที่ยังไม่ได้นํานโยบายไปสู่การปฏิบัติจริง ทําให้ผู้ปกครองยังคงต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่าย หรือจําเป็นต้องติดตามสอบถามด้วยตนเอง

“กระทรวงศึกษาธิการเข้าใจดีว่าภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาคือหนึ่งในความกังวลหลักของผู้ปกครองในเวลานี้ เราไม่ต้องการให้ความร่วมมือเป็นเพียงแนวทางเชิงขอร้องอีกต่อไป แต่ต้องเกิดผลจริงในทุกโรงเรียนทั่วประเทศ” รมว.ศธ. กล่าว และว่า

เพื่อให้การดําเนินงานเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม กระทรวงศึกษาธิการจึงออกประกาศเพิ่มเติม กําหนดมาตรการสําคัญ 2 ด้านหลัก พร้อมกําหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ดังนี้

มาตรการที่ 1: ลดค่าใช้จ่ายทันที ปรับระเบียบให้สอดคล้องสถานการณ์เศรษฐกิจ ยกระดับจากการ “ขอความร่วมมือ” เป็น “แนวทางปฏิบัติ” ที่ทุกสถานศึกษาต้องดําเนินการ โดยเน้นลดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่จําเป็น และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผู้ปกครองและนักเรียน ได้แก่

• ชุดนักเรียน
อนุโลมให้นักเรียนสามารถใช้ชุดเดิมได้ แม้เลื่อนชั้นหรือย้ายสถานศึกษา เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นซ้ําซ้อน

• ความยืดหยุ่นด้านการแต่งกาย
ส่งเสริมให้สถานศึกษาพิจารณาเพิ่มวันสวมใส่ชุดพละหรือชุดสุภาพ เพื่อลดความจําเป็นในการจัดซื้อชุดใหม่

• ชุดลูกเสือ–เนตรนารี
ไม่บังคับจัดซื้อชุดเต็มรูปแบบ โดยสามารถใช้เฉพาะผ้าผูกคอและหมวกร่วมกับชุดนักเรียนหรือชุดพละได้

• กระเป๋าและรองเท้า
เปิดกว้างไม่จํากัดรูปแบบ ไม่จําเป็นต้องมีตราสถานศึกษา โดยคํานึงถึงความสุภาพ ความเหมาะสม และการใช้งานจริง

• การปักชื่อเครื่องแบบนักเรียน
ปรับจากการปักชื่อ–นามสกุลเต็ม เป็นการใช้อักษรย่อของสถานศึกษา เพื่อลดต้นทุน เพิ่มอายุการใช้งาน และสอดคล้องกับหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

• การบริหารจัดการระดับสถานศึกษา
มอบอํานาจให้ผู้อํานวยการสถานศึกษาออกแบบมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมตามบริบทของพื้นที่ โดยยึดประโยชน์สูงสุดของนักเรียนและผู้ปกครอง

มาตรการที่ 2 : จัดหาอุปกรณ์การเรียน “ราคาควบคุม” เพิ่มทางเลือก ลดค่าใช้จ่ายจริงกระทรวงศึกษาธิการมอบหมายให้สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เป็นหน่วยงานหลักในการดําเนินการจัดหาและกระจาย

• หนังสือเรียน

• แบบเรียน

• เครื่องเขียน

• อุปกรณ์การเรียนที่จําเป็น

ในราคาควบคุม เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถเข้าถึงอุปกรณ์การเรียนที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม และมีทางเลือกที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างเป็นรูปธรรม

เข้มมาตรการติดตามผล เน้น “ทุกโรงเรียนต้องเกิดผลจริง” เพื่อให้มั่นใจว่านโยบายดังกล่าวจะถูกนําไปปฏิบัติอย่างครบถ้วน กระทรวงศึกษาธิการจะดําเนินการติดตามอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ผ่านกลไกสําคัญ ได้แก่

• การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานศึกษาโดยรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูง

• การรายงานผลจากหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ

• การเปิดช่องทางรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ปกครองโดยตรง

หากพบว่าสถานศึกษาใดยังไม่ดําเนินการตามนโยบาย กระทรวงศึกษาธิการจะเร่งเข้าไปหารือ แก้ไข และกํากับติดตามอย่างใกล้ชิดในทันที

รมว.ศธ. กล่าวย้ําว่า “มาตรการเหล่านี้ไม่ใช่เพียงนโยบาย แต่เป็นความตั้งใจของกระทรวงศึกษาธิการที่จะลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองอย่างแท้จริง ในช่วงเวลาที่ทุกครอบครัวกําลังเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจ เราจะทําให้ผู้ปกครองมั่นใจว่า ระบบการศึกษาจะไม่สร้างภาระเพิ่มเติม แต่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแบ่งเบาภาระของพวกเขา”