วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2569
8 ก.ค. 2568 15:22 | 1276 view
@pracha
'ธาริษา' อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ ร่อนจดหมายเปิดผนึกถึง 'พิชัย' เตือนสติเลือกผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่ ย้ำคุณสมบัติต้องทำนโยบายอย่างเป็นอิสระจากการเมือง ธำรงความน่าเชื่อถือ ห่วงเลือกคนใกล้ชิดรัฐบาล หวั่นกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนใน-ต่างประเทศ
8 ก.ค. 2568 - นางธาริษา วัฒนเกส อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ทำจดหมายเปิดผนึกส่งถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับกรณีการคัดเลือกผู้ว่าการ ธปท. คนใหม่ โดยเนื้อความระบุว่า ขณะนี้ท่านมีรายชื่อแคนดิแดทผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อยู่ในมือสองคน อยู่ที่ท่านว่าจะเสนอใครต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป เรื่องความเหมาะสมมีการพูดกันมากแล้ว
ดิฉันใคร่ขอเตือนสติท่านเพียงประเด็นเดียวว่า คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของผู้ว่าการธนาคารกลาง คือ การทำนโยบายอย่างเป็นอิสระจากการเมือง หรือที่เราเรียกว่า Central Bank Independence ซึ่งเป็นสิ่งที่จะธำรงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือในการทำนโยบายของธนาคารกลาง และมีผลพวงถึงความน่าเชื่อถือของประเทศในสายตาของนักลงทุนต่างประเทศด้วย ไม่ได้หมายความว่าธนาคารกลางและรัฐบาลจะต้องขัดแย้งกัน ทุกฝ่ายจะต้องทำงานร่วมกันอยู่แล้ว แต่ทั้งสองฝ่ายมีเป้าหมายของการทำนโยบายระยะสั้นยาวไม่เท่ากัน
การทำนโยบายของธนาคารกลางซึ่งมุ่งเน้นผลในระยะยาว จึงเป็นการถ่วงดุลไม่ให้มีแต่นโยบายระยะสั้นจนเป็นผลเสียในระยะยาว การเป็นอิสระจากการเมือง จึงเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่ง เราเคยเห็นตัวอย่างแล้วจากต่างประเทศว่าการขาดความอิสระของธนาคารกลางสร้างความเสียหายแก่เศรษฐกิจและระบบการเงินอย่างไร เช่นในตุรกีในสมัยประธานาธิบดี Erdogan การแทรกแซงทางการเมืองทำให้นโยบายการเงินขาดความเป็นอิสระ อัตราดอกเบี้ยนโยบายต่ำเกินไปเป็นเวลานาน เป็นผลให้ค่าครองชีพพุ่งสูง นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง และค่าเงินอ่อนลงอย่างมาก
คนทำงานในธนาคารแห่งประเทศไทยซึมซับถึงหลักการสำคัญข้อนี้ดี ตรงกันข้าม ผู้บริหารธนาคารเฉพาะกิจคุ้นเคยกับการรับนโยบายของรัฐบาลไปทำอยู่แล้ว เพราะเมื่อเกิดความเสียหายรัฐบาล ก็ต้องชดเชยให้ (ตามกติกาการกันสำรองหนี้สูญหรือเพิ่มทุนของการกำกับดูแลของ ธปท.) จึงไม่มีความเสี่ยงกับองค์กรในการรับนโยบายของรัฐบาลมาทำ ซึ่งต่างจากกรณีขององค์กรเช่น ธปท. อย่างมาก เพราะถ้าเกิดความเสียหายคือความเสียหายของประเทศชาติ
ดังนั้น ถ้าท่านเลือกผู้ว่าการที่ประสบการณ์การทำงานเดิมต้องสนองนโยบายของรัฐจนเป็นความเคยชิน จึงยากที่จะคาดหวังให้ทำหน้าที่ของผู้ว่าการอย่างเป็นอิสระ ที่จริงยังไม่ต้องทำนโยบายอะไร เพียงแค่ประวัติและประสบการณ์ที่ก่อให้เกิด perception ว่า ผู้ว่าการ ธปท. คนใหม่เป็นคนที่ใกล้ชิดกับรัฐบาล และเคยสนองนโยบายของรัฐบาลมาตลอดในฐานะผู้บริหารของธนาคารของรัฐ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศต่อสถาบันนี้ก็จะเสื่อมถอยไปทันที ปัจจุบันนักลงทุนต่างประเทศก็เลือกไปลงทุนในประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนมากขึ้นเรื่อย ๆ อยู่แล้ว
ท่ามกลางความท้าทายที่รุมเร้าจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าศักยภาพ ตัวเลขหนี้สินภาคครัวเรือนที่สูงอยู่ที่ระดับ 87.5% และยังมีผลกระทบของสงครามการค้าหากไทยถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าสูงถึง 36% ดิฉันหวังว่าท่านจะไม่ทำให้ความน่าเชื่อถือต่อธนาคารกลางเสื่อมถอยไปอีกสถาบันหนึ่ง ซึ่งจะเป็นตัวเร่งให้ความเชื่อมั่นต่อประเทศชาติหดหายไปมากยิ่งขึ้นอีก
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 17:18 188 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 14:34 186 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 14:22 211 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 13:54 260 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 13:44 157 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 13:37 244 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 11:27 193 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 11:03 211 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 10:38 224 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 10:26 268 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 10:21 187 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 10:13 226 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 10:01 529 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 09:29 193 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 07:28 402 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 17:59 303 views