วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2569
15 ธ.ค. 2568 12:33 | 1010 view
@pracha
‘อนุทิน’ลั่นคนเป็นนายกฯลอยตัวไม่ได้ ต้องรับผิดชอบต่อประเทศ หลังเสียงวิจารณ์ไม่ตัดสินแก้ชายแดนไทย-กัมพูชา เผยคุย ‘ทรัมป์’บอกไทยตอบโต้แรง-สาสมแล้ว สวนกลับส่งคลิปยิงจรวด BM-21 พิสูจน์ใครแรงกว่าใคร ด้าน ‘อันวาร์’บอกไม่อยากเห็น ‘เพื่อนอนุทิน-เพื่อนคุณฮุน มาเนต’ ทะเลาะกัน ลั่นทําไมวันนี้ต้องยอมไทยไม่ผิด แต่‘เขมร’ผิดสัญญา ถ้าจะดีกันต่างคนต้องต่างถอย
เมื่อเวลา 09.10 น.วันที่ 15 ธ.ค.68 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ออกรายการกรรมกรข่าว คุยนอกจอ โดยนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา เป็นพิธีกรดําเนินรายการ ซึ่งพิธีกรได้สอบถามนายอนุทินว่า พักผ่อนเพียงพอหรือไม่ ซึ่งนายอนุทินตอบว่า โอเค โดยพิธีกรถามถึงการลงพื้นที่จ. บุรีรัมย์และจ.สุรินทร์ เพื่อเยี่ยมเยียนประชาชนที่อาศัยอยู่ในศูนย์อพยพ เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องไปเยี่ยม ต่อให้เรามีความสะดวกแค่ไหนก็ไม่เท่าอยู่กับบ้านทุกคนก็ถามว่าเมื่อไหร่จะได้กลับบ้าน ซึ่งตนก็บอกว่าไม่นานแต่อยากจะให้มีความปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ก่อน จึงจะกลับบ้านได้อยู่ตรงนี้ปลอดภัย อยู่ตรงนี้ลูกหลานที่เป็นทหาร ที่ไปดูแลชายแดน จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเขาต้องใช้สมาธิในการสู้รบ ซึ่งตนก็พูดคุยกับฝ่ายความมั่นคงอยู่ตลอดเวลาว่าการปกป้องดินแดนและรักษาอธิปไตยของเราต้องมีรูปแบบและมีเป้าหมายซึ่งทางฝ่ายกองทัพได้รายงานตนถึงเป้าหมายและกําหนดการต่างๆถ้านับตั้งแต่วันที่เราดําเนินการมาจนถึงวันนี้ ก็ต้องถือว่าอยู่ในเป้าหมาย
“ผมไม่สามารถบอกในรายละเอียดเป้าในการดําเนินการของทหาร แต่เป้าหมายที่ทหารเข้ายึดพื้นที่ได้ แต่ไม่ได้เป็นการทําลายขีดความสามารถ ไม่ได้หมายความว่าเข้าไปถล่มให้แหลกลาญกันไปข้างหนึ่ง แต่เราเข้าไปยึดครองพื้นที่ทําให้มีการถอยร่นของฝ่ายตรงข้าม และเพียงทําให้เขาเห็นว่าเราเป็นประเทศที่คุณจะมารุกล้ํา มาคุกคามอธิปไตย มาทําร้ายคนของเราไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่หรือชาวบ้านไม่ได้ทั้งนั้น และดินแดนของเราเรามีการสถาปนาชัดเจนอยู่แล้วว่าตรงไหนเป็นของเราใช้แผนที่มาตรา 1:50000 มาโดยตลอด สุดท้ายคือต้องพยายามไปให้ถึงจุดที่ไม่มีใครอยากจะปะทะ แต่เราต้องปะทะเพื่อหยุดปะทะ“ นายกฯ กล่าว
จากนั้นพิธีกรถามว่าตอนนี้ใกล้แล้วหรือยัง นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ถ้าในเรื่องของการเข้ายึดพื้นที่ พร้อมพยักหน้าและตอบว่า “อืม”
พิธีกรถามอีกว่ามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเหมือนนายกฯลอยตัวไม่ตัดสินใจ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อให้อยากจะลอยก็ลอยไม่ได้ จะพยายามวิ่งไปไหนเดี๋ยวก็มีคนเกี่ยวกลับเข้ามา ไม่ว่าใครจะพูดอะไรก็แล้วแต่สุดท้ายความรับผิดชอบต่อของประเทศนี้ มันอยู่ที่รัฐบาลอยู่แล้ว แต่การตัดสินใจไปรบอย่างไร มันไม่ใช่ การตัดสินใจของตน แต่การตัดสินใจในเรื่องของการสนับสนุน ฝ่ายความมั่นคงให้ดําเนินการอย่างไร เป้าหมายเป็นอย่างไรจะต้องมีการสนับสนุนทั้งงบประมาณ ทั้งกําลังพลและการสนับสนุนอยู่ข้างหลังอย่างไร โดยกรอบจะต้องมาจากรัฐบาลและมีการประชุมหารือร่วมกันกับสภาความมั่นคง(สมช.)ตลอดเวลา

พิธีกรถามต่อว่าคิดอย่างไรที่บางฝ่ายบอกว่ากัมพูชาอาจจะต้องการเบี่ยงเบน เพราะกําลังมีการยึดทรัพย์และอายัดทรัพย์สินบุคคลใกล้ชิดของเขาที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ จึงยั่วยุเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น เพื่อทําให้ เรื่องสแกมเมอร์หายไปเป็นเรื่องไทย-กัมพูาแทน นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่หายหรอก เรารู้อยู่แล้วว่าเขาต้องการอะไร แต่ตนคิดว่าเขาต้องการเบี่ยงเบนประเด็นในเรื่องการมีวัตถุ มีทุ่นระเบิดในพื้นที่ตรงนั้นเยอะไปหมด เพราะเขาไม่ใช่ประเทศที่จะใฝ่หาสันติอยู่แล้ว
นายอนุทิน ชี้แจงกรณีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ว่า ทุกฝ่ายทั้งนายโดนัลด์ ทรัมป์ นายอันวาร์ อยู่ต่างประเทศเวลาพูดคุยเขาต้องฟังแต่รายงานบอกว่าไม่มีทุ่นระเบิด ทุ่นระเบิดเก่า แต่ฟังรายงานใคร ตนไม่ทราบ แต่ตอนลงพื้นที่ไปเห็นกับตา ตรงนี้เวลามาพูดก็ต้องถูกหักล้างโดยคนที่เห็นหน้างานจริง โดย วันที่พูดคุยกับนายนายโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา ท่านก็บอกว่าเราตอบโต้แรงไปด้วยซ้ํา และสาสมแล้ว ตนบอกว่า เดี๋ยวจะส่งรูปและวิดีโอคลิปที่ยิงจรวด BM-21 ไปให้ ถามว่าใครแรงกว่าใครมันพิสูจน์ได้ด้วยสิ่งที่มันเกิดขึ้น
“เวลาคุยกับผู้นําต่างชาติตั้งแต่มีเรื่องอังเคิล ผมก็ไม่กล้าเวลาคุยกับผู้นําต่างชาติ ผมต้องมีประจักษ์พยานด้วย พูดจริงๆ ไม่งั้นเดี๋ยวก็หาว่าแต่งเรื่องเองหรือเปล่า ผมไม่กล้า เดี๋ยวจะเป็นปัญหาเราก็ต้องเปิดเผย ย้ําว่าไม่ได้มีการพูดว่าให้หยุดยิงเวลา 4 ทุ่มคืนวันนั้น เขาก็พูดว่าให้หยุดแต่ในทางปฏิบัติอยู่ดีๆบอกว่า 4 ทุ่มหยุดกําลังจะตะลุมบอลกันอยู่ ความจริงแล้วคนที่บอกจะหยุดหรือไม่หยุดเป็นคู่กรณีกัน ผมก็ได้ยืนการกับเขาไปบอกว่าให้ไปบอกฝั่งโน้น ท่านโดนัลด์ ทรัมป์ ท่านอันวาร์ ท่านเป็นบุคคลที่ 3 ท่านจะบอกว่ายิงต่อไปไม่ได้หรอก ท่านต้องบอกหยุดยิงอย่างเดียว หยุดสู้รบและท่านก็ไม่ได้คาดคั้น มันบอกไม่อยากให้มีสงครามท่านหยุดสงครามมาแล้วท่านมีมิชชัน ของท่านที่ไม่อยากให้เกิดการสู้รบกันถามว่าท่านก็พูดถูกหมด ท่านอันวาร์บอกว่าอนุทินคุณก็เพื่อนผม ท่านฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา ก็เพื่อนผม ผมไม่ต้องการเห็นเพื่อนทะเลาะกัน ท่านก็พูดถูกต้องหมด แต่ประเทศไทยก็ต้องบอกว่าท่านต้องไปบอกคนที่มาตีเราก่อนให้หยุด เราจะได้ไม่ต้องตอบโต้แล้วมานั่งคุยกัน เราคุยกัน 3-4 ครั้งแล้ว ก่อนที่ผมจะเข้ามาและผมยอมไปทําปฏิญญา สําหรับผมการปฏิบัติโคตรง่ายเลย 4 ข้อไม่ได้ยากเลยไม่มีอะไรที่ต้องคิดมาก ท่าเยอะหรืออะไรเยอะเลย” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวว่า ตนได้บอกนายโดนัลด์ ทรัมป์ นายอันวาร์ ให้ไปพูดกับกัมพูชา เรื่องหยุดยิง ซึ่งตนได้พูดไปชัดเจน และท่าทีของนายโดนัลด์ก็ไม่ได้มีอาการกดดันอะไร ตนขอสรุปง่ายๆ เราลงนามกับกัมพูชา เราปฏิบัติครบ 4 ข้อ กัมพูชาปฏิบัติไม่ครบ อาวุธทั้งหลายคุณเล็งมาใส่ ต้องเอาออกไปให้หมดตนไม่ใช่ว่าตึงทั้งหมด ตนไม่ได้อยากรบ และไม่ต้องการรบ รบทุกวันก็เสียหายทุกวัน เรามีเรื่องกันก็ต้องเจ็บทั้งคู่ประชาชนเกี่ยวข้องมีชีวิตทหารและชีวิตผู้คนทั้ง 2 ประเทศ ไม่ใช่ว่าเราอยากเห็นคนไทยปลอดภัย แต่เราอยากเห็นประชาชนฝั่งตรงข้ามไม่อยากให้เขาเป็นอะไรเลย ถามว่าตนสบายใจไหมตนไม่สบายใจ โดยเฉพาะเรื่องชีวิตของคนแต่ว่าในเรื่องของประเทศของอธิปไตยมันมีหน้าที่ที่เราจะต้องดําเนินการ ไม่มีหัวหน้ารัฐบาลชุดไหนที่อยากจะให้เกิดการสู้รบ ตนได้พูดกับนายกฯอันวาร์บ่อย มีความสนิทสนมมากกว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ท่านโทรศัพท์หา ถ้าตนมีอะไรด่วนก็โทรศัพท์หาท่านและรับสายตนทุกครั้ง นายกฯอันวาร์ เข้าใจประเทศไทย
”ณ ตอนนี้ เรายังไม่ได้รับการติดต่อโดยตรงจากคู่กรณีของเรา(ฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา) และวันนี้ทําไมเราต้องยอม เราไม่ได้เป็นฝ่ายผิดเรามีปฏิญญาอยู่มันชัดเจน คุณต้องไปบอกเขา ถ้ากลับเข้ามาต้องมาในบริบทที่ประเทศไทยรู้สึกปลอดภัยแล้ว เราไม่ได้ต้องการที่จะมีเรื่องมีปัญหากับประเทศเพื่อนบ้านใดๆทั้งสิ้นไม่ว่าประเทศไหน เขาเป็นคนผิดสัญญา นอกจากคุณเบี้ยวแล้ว คุณยังทุบผมต่อ เรื่องการเรียกร้องให้นําดาวเทียมมาตรวจสอบว่าใครเป็นคนยิงก่อนนั้น คุณเป็นใคร คุณมีสิทธิ์อะไรเอาดาวเทียมมาจับการปฏิบัติการทางทหารของประเทศผม การเอาดาวเทียมมาจับต้องการให้เห็นว่าเราตอบโต้แรง มันมีหรือทะเลาะกัน พอคุณยิงใส่ผมไม่เป็นอะไร เราไม่ได้เริ่มก่อน ถ้าจะดีกันต่างคนต่างถอยมันง่ายกว่า และผมว่ามันคงจะไม่ไปถึงวันเลือกตั้งหรอก ไม่มีใครอยากขัดแย้ง ทุกวันที่มีความขัดแย้งความเสียหายเกิดขึ้น“นายอนุทิน กล่าว
ขอบคุณที่มา----รายการเรื่องเล่าเช้านี้
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 16:55 142 views
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 16:54 105 views
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 16:53 120 views
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 16:51 138 views
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 16:36 187 views
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 16:13 181 views
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 16:07 116 views
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 15:47 121 views
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 15:39 97 views
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 15:28 80 views
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 15:21 116 views
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 15:03 111 views
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 15:03 133 views
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 14:53 148 views
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 14:42 131 views
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 14:35 132 views