×
Live หน้าหลัก ทันเหตุการณ์ ทั่วไป ข่าวพระราชสำนัก คุณภาพชีวิต อาชญากรรม อาชญากรรมและมิจฉาชีพ เศรษฐกิจ ต่างประเทศ กีฬา สิ่งแวดล้อม ทหาร การเมือง ภูมิภาค บทความ บันเทิง Life แฟชั่นและความงาม อาหารและสุขภาพ ไอที ท่องเที่ยวและวัฒนธรรม การเงินและการลงทุน โชคชะตาและความเชื่อ กิจกรรม ททบ. กิจกรรม ทบ. แนะนำรายการ หน่วยงานและเอกชน พอดแคสด์ FM94 ศูนย์ข่าววิทยุ ติดต่อเรา

วันพุธที่ 24 มิถุนายน 2569

?>

ก.อุตฯ ผนึก 3 กระทรวงหลักร่วมแก้เผาอ้อย - คุม PM2.5 อย่างเป็นระบบ

 25 ธ.ค. 2568 13:50 | 1112 view

 @pracha

Facebook X Share

ก.อุตฯ ผนึก 3 กระทรวงหลักร่วมแก้เผาอ้อย - คุม PM2.5 อย่างเป็นระบบ

กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ลงนามความร่วมมือว่าด้วยการควบคุมการเผาอ้อยและพืชไร่ เพื่อป้องกันปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5)

สําหรับพิธีลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ดร.ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมี ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นประธานและลงนามความร่วมมือว่าด้วยการควบคุมการเผาอ้อยและพืชไร่ เพื่อป้องกันปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ณ ห้องประชุม อก. 1 ชั้น 2 สํานักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมเป็นสักขีพยานโดยพร้อมเพรียงกัน

ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเปิดเผยว่า จากรายงานคุณภาพอากาศโลก โดย IQAir กล่าวว่า ค่าฝุ่น PM 2.5 เฉลี่ยรายปีของประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 19.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กําหนดไม่เกิน 15 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แสดงว่าฝุ่น PM 2.5 ยังคงเป็นปัญหาสําคัญของประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างกว้างขวางในระยะยาว โดยการเผาอ้อยเป็นหนึ่งในสาเหตุของฝุ่น PM 2.5 ดังกล่าว ทั้งนี้ที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรมได้ดําเนินการขับเคลื่อนมาตรการลดการเผาอย่างต่อเนื่อง หากพิจารณาพัฒนาการของมาตรการลดการเผา สามารถแบ่งได้เป็น 5 ยุค ได้แก่

ยุคที่ 1.0 : ก่อนปีการผลิต 2561/2562 ซึ่งไม่มีมาตรการลดการเผาอย่างชัดเจน พบว่ามีอ้อยเผามากกว่าร้อยละ 60

ยุคที่ 2.0 : ช่วงปีการผลิต 2562/2563 ถึงช่วงปีการผลิต 2565/2566 กําหนดมาตรการลดการเผาโดยช่วยเหลือเกษตรกรที่ตัดอ้อยสด 120 บาท/ตันอ้อย ซึ่งสามารถควบคุมอ้อยเผาได้น้อยกว่าร้อยละ 35

ยุคที่ 3.0 : ช่วงปีการผลิต 2567/2568 กําหนดมาตรการปรับพื้นที่ (60:60), มาตรการช่วยเหลือการตัดอ้อยสด, มาตรการซื้อ-ขายใบอ้อย (51 บาท/ตันใบอ้อย), มาตรการกํากับควบคุมโรงงานน้ําตาล และมาตรการหยุดรับอ้อยช่วงปีใหม่ (7 วัน) ซึ่งสามารถควบคุมการเผาอ้อยไดน้อยกว่าร้อยละ 14.86 เป็นการบูรณาการการดําเนินงานโดยบังคับใช้กฎหมายของกระทรวงอุตสาหกรรมและความร่วมมือจากหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถควบคุมอ้อยเผาได้ลดลงเหลือร้อยละ 14.86 ซึ่งมีอ้อยเผาน้อยที่สุดเป็นประวัติการณ์

ยุคที่ 4.0 : ปีการผลิตปัจจุบัน 2568/2569 กําหนดมาตรการรับอ้อยสดตั้งแต่เปิดหีบ, มาตรการปรับปรุงอุปกรณ์และเครื่องจักรกลการเกษตร (31 บาท/ตันอ้อยสด), มาตรการช่วยเหลือตัดอ้อยสด (69 บาท/ตันอ้อยสด), มาตรการซื้อ-ขายใบอ้อย 51 บาท/ตันใบอ้อย (คิดเป็น 300 บาท/ตันอ้อย), มาตรการจ่ายเงินช่วยเหลืออ้อยสดร้อยละ 100 ที่ไม่มีการเผาอ้อยและแปลงอ้อยตลอดปี (Burn Scar), มาตรการําหนดวันเปิดหีบตามสถิติการรับอ้อยที่ถูกลักลอบเผาของฤดูการผลิตก่อนหน้า (ทําได้ดี) มาตรการกํากับควบคุมโรงงานน้ําตาล และมาตรการหยุดรับอ้อยช่วงปีใหม่
(9 วัน) ซึ่งล่าสุดจากมาตรการเพิ่มอ้อยตัดสด ลดการเผาฤดูการผลิตปี 2568/2569 ข้อมูลสถานการณ์ผลิตอ้อย ตั้งแต่วันที่ 1 - 24 ธันวาคม 2568 พบว่ามีปริมาณอ้อยสดเข้าหีบสูงถึง 98.21% จากปริมาณอ้อยเข้าหีบทั้งหมด ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมได้ตั้งเป้าตลอดฤดูการผลิตนี้ให้มีปริมาณอ้อยสดเข้าหีบ 90%

ยุคที่ 5.0 : เป็นการต่อยอดความสําเร็จในฤดูการผลิตปี 2568/2569 นี้ ซึ่งเป็นก้าวต่อไปของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ําตาลทรายแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรมได้มีแนวคิดผลักดันมาตรการจ่ายเงินช่วยเหลือตามประสิทธิภาพ และการใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียม ตลอดจนการประยุกต์ใช้ข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยา จากแรงกดอากาศและทิศทางลม เพื่อควบคุมการเผาอ้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพบนพื้นฐานของการควบคุมการเผาในเชิงพื้นที่ และการประยุกต์ใช้ข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเทคโนโลยีดิจิทัล ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้มอบหมายให้สํานักงานคณะกรรมอ้อยและน้ําตาลทราย (สอน.) เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการเพิ่มอ้อยตัดสดลดการเผา สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือจากทั้งเกษตรกร โรงงานน้ําตาล และหน่วยงานทุกภาคส่วน โดยได้ยกระดับความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐหลักอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระทรวงอุตสาหกรรมจึงร่วมกับกระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งเป็นที่มาของลงนามความร่วมมือว่าด้วยการควบคุมการเผาอ้อยและพืชไร่ เพื่อป้องกันปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในวันนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐในการแก้ไขปัญหาการเผาอ้อยในช่วงฤดูการผลิตปี 2568/2569 ถึงฤดูการผลิตปี 2569/2570 โดยให้ความสําคัญกับการลดการเผาอ้อยทั้งก่อนและหลังการเก็บเกี่ยว ควบคู่กับการลดผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และเครือข่ายการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์และต่อยอดในระยะยาว ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า มท. มุ่งมั่นที่จะผลักดันความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาการเผาอ้อยและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในช่วงฤดูการผลิตปี 2568/2569 ถึงปี 2569/2570 ให้ประสบความสําเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกลไกของกรมการปกครอง กรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงานราชการระดับจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 โดยให้จังหวัดต่าง ๆ ควบคุมการเผาอ้อยอย่างเข้มงวด บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และใช้มาตรการปราบปรามการลักลอบเผาอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งให้ความสําคัญในการรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ชุมชนและเกษตรกรชาวไร่อ้อย เพื่อให้เกิดความเข้าใจและความร่วมมือในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยบูรณาการในการแก้ไขปัญหาในทุกระดับ ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด นายอําเภอ ผู้นําท้องที่ ผู้นําท้องถิ่น

ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า อว. มีความพร้อมที่จะนําเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศและข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมมาประยุกต์ใช้เพื่อบริหารจัดการพื้นที่ปลูกอ้อยและอุตสาหกรรมน้ําตาลทรายอย่างเป็นระบบ สนับสนุนการวิเคราะห์เชิงพื้นที่ การทําแผนที่พื้นที่ปลูกอ้อย การติดตามสถานการณ์การเผาอ้อยด้วยระบบตรวจจับจุดความร้อน เพื่อเฝ้าระวังและติดตามการเผาอ้อยแบบเรียลไทม์ที่ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายทั่วประเทศ โดยใช้ดาวเทียมความละเอียดสูงและเทคโนโลยีการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อระบุจุดเผาไหม้ วิเคราะห์พื้นที่ที่มีความเสี่ยง และคาดการณ์การแพร่กระจายของฝุ่น PM 2.5 ข้อมูลเหล่านี้จะถูกใช้เพื่อให้หน่วยงานใช้ในการบังคับใช้กฎหมายและควบคุมการเผา รวมถึงการกํากับดูแลเกษตรกรและโรงงาน และเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะเพื่อสร้างความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชน

นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ดีอีมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการข้อมูลด้านอ้อยและน้ําตาลทรายอย่างเป็นระบบ จะสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ การคาดการณ์แนวโน้มและพฤติกรรมการเผาอ้อย และการสร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างรวดเร็วและแม่นยํา ส่งเสริมการใช้งานแพลตฟอร์มดิจิทัลที่บูรณาการข้อมูลจากทุกหน่วยงาน ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นต้นแบบสําคัญของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการแก้ไขปัญหาภาคเกษตรและสิ่งแวดล้อม

ภายใต้กรอบความร่วมมือแบบบูรณาการครั้งนี้กระทรวงอุตสาหกรรมจะกํากับดูแลเกษตรกรชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ําตาลให้ปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรการลดการเผาอ้อย กระทรวงมหาดไทยจะนํากลไกการบริหารราชการระดับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการบังคับใช้กฎหมาย และสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน ขณะที่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศและข้อมูลดาวเทียมมาประยุกต์ใช้ในการติดตามสถานการณ์การเผาอ้อย การบริหารจัดการพื้นที่ และการคาดการณ์ผลผลิต เพื่อสนับสนุนการกําหนดนโยบายและการตัดสินใจเชิงบริหารอย่างเป็นระบบ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะนําเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ในการบริหารจัดการข้อมูล วิเคราะห์ คาดการณ์ และสร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยํา

นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ถ่ายทอดองค์ความรู้ และการใช้ทรัพยากรร่วมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดําเนินงานของทุกฝ่าย พร้อมกําหนดหลักการด้านทรัพย์สินทางปัญญาและการรักษาความลับอย่างชัดเจน เพื่อให้ความร่วมมือเป็นไปอย่างโปร่งใส และเป็นธรรม ดังนั้น บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ถือเป็นกลไกเชิงนโยบายที่สําคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการเผาอ้อยและ PM 2.5 ของประเทศ ยกระดับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ําตาลทรายสู่ความยั่งยืน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

เป็นเพื่อนกับบัญชีทางการ LINE ของเราเพื่อรับข่าวสารล่าสุดและอีกมากมาย!

เพิ่มเพื่อน

ทันเหตุการณ์

ข่าว

ไทยโต้เขมร ปมสะพานทมอดา

23 มิ.ย. 2569 17:38 115 views

ข่าว

ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์เขมร ส่งตัว 49 คนไทยคืนบ้านเกิด

23 มิ.ย. 2569 16:52 139 views

ข่าว

นายกฯ ดัน Thailand Fastpass ดึงนักลงทุน

23 มิ.ย. 2569 16:49 231 views

ข่าว

"บอส ณวัฒน์" ไลฟ์เดือด ปมหนิง ปัทมา ถามกลับทําไมผู้หญิงต้องรับแรงกระแทกฝ่ายเดียว

23 มิ.ย. 2569 16:16 183 views

ข่าว

ครม. ไฟเขียวงบประมาณ 2 ฉบับ ชงงบปี 70 กรอบ 3.78 ล้านล้าน เข้าสภาฯ ปลาย มิ.ย.นี้

23 มิ.ย. 2569 14:32 275 views

ข่าว

"อนุทิน" ลั่น ประชาชนคือคนวัด KPI นายกฯ ผ่านคูหาเลือกตั้ง ย้ําขอทําหน้าที่ให้ดีที่สุด

23 มิ.ย. 2569 14:30 146 views

ข่าว

ตํารวจครูต้นแบบกว่า 1,400 นาย รุ่นที่ 1 ลุยพื้นที่ฉีด ‘วัคซีนไซเบอร์’ ให้ประชาชนแบบ Face to Face!

23 มิ.ย. 2569 14:29 112 views

ข่าว

รองนายกรัฐมนตรีหารือกลุ่มสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน

23 มิ.ย. 2569 14:16 111 views

ข่าว

ตํารวจทางหลวงรวบมือขโมยสายไฟรายเดิม หลังเคยก่อเหตุและถูกบันทึกพฤติกรรมไว้ สารภาพทํามาแล้วหลายครั้ง

23 มิ.ย. 2569 13:46 149 views

ข่าว

เปิดปมโกงสอบท้องถิ่น เรียกรับเงินหลักแสน

23 มิ.ย. 2569 13:25 3.13K views

ข่าว

นายกฯ สั่งเคลียร์ปมค่าไฟทางแฝงบิลประชาชน

23 มิ.ย. 2569 13:22 178 views

ข่าว

ปรับแนวเขตทับลาน "สุชาติ" สั่งตรวจเข้มรายแปลง โต้เอื้อนายทุน

23 มิ.ย. 2569 13:15 152 views

ข่าว

ทีมชัชชาติส่ง 24 ศิลปินขึง 22 นโยบายเมือง

23 มิ.ย. 2569 13:14 150 views

ข่าว

รมว.กห. ยันกัมพูชายังไม่ประชิดรถถังชายแดน

23 มิ.ย. 2569 13:11 166 views

ข่าว

อิหร่านยอมเปิดทาง ตรวจนิวเคลียร์-ช่องแคบฮอร์มุซ

23 มิ.ย. 2569 13:07 172 views

ข่าว

ณวัฒน์ลั่น Save หนิง ปัทมา หลังมีดราม่าในไอจี ซัดกลับทําไมไม่ไปถามผู้ชายของคุณ

23 มิ.ย. 2569 11:31 213 views