วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569
12 ม.ค. 2569 10:40 | 433 view
@juthamas
เคยไหม…แค่เลื่อนดูโซเชียลเฉย ๆ แต่พอเปิดช่องคอมเมนต์กลับเจอคําถามประมาณว่า
“ไม่เกี่ยวกับฉันเลย”
“แล้วคนแบบฉันล่ะ?”
“ทําไมไม่คิดถึงฉันบ้าง?” พฤติกรรมแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มันมีชื่อเรียกว่า What About Me Effect
แนวคิดนี้ถูกพูดถึงอย่างแพร่หลายหลังจาก Sarah Lockwood ครีเอเตอร์บน TikTok ออกมาชี้ให้เห็นว่า ผู้ใช้โซเชียลจํานวนไม่น้อย เมื่อเจอคอนเทนต์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเอง แทนที่จะเลื่อนผ่านหรือรับรู้ว่า “เราไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย” กลับเลือกตั้งคําถามว่า
“แล้วฉันล่ะ ใครคิดถึงฉัน?”
ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ คลิปทําอาหารสําหรับคนบางกลุ่ม คลิปสุขภาพสําหรับผู้หญิง หรือข่าวนวัตกรรมเฉพาะทาง แต่กลับมีคอมเมนต์จากคนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาตําหนิ เช่น
“ฉันแพ้อาหารนี้”
“คนที่ไม่ได้เป็นแบบนั้นต้องทํายังไง”
แม้กระทั่งในสังคมไทยเอง ก็เคยเกิดกรณีข่าว บะหมี่กึ่งสําเร็จรูปเสริมไคโตซานจากเปลือกกุ้ง ที่ตั้งใจพัฒนาสําหรับคนทั่วไป แต่กลับถูกบางคนตําหนิว่า “ไม่คิดถึงคนแพ้กุ้ง” ทั้งที่ตัวเองไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายตั้งแต่แรก
คําถามคือ ทําไมเราถึงรู้สึกว่า “ทุกอย่างต้องเกี่ยวกับเรา”?
หนึ่งในคําอธิบายสําคัญคือ อัลกอริทึมของโซเชียลมีเดีย
เมื่อเราใช้แพลตฟอร์มเดิม ๆ นานเข้า ระบบจะคัดเลือกเนื้อหาที่ “ถูกใจเรา” มาให้ดูซ้ํา ๆ จนเกิดสิ่งที่เรียกว่า Echo Chamber หรือ “ห้องเสียงสะท้อน”
เราเห็นแต่ความคิดคล้ายตัวเอง จนเผลอเชื่อว่าโลกออนไลน์ควรหมุนรอบเรา
พอวันหนึ่งเจอเนื้อหาที่ไม่ตรงกับเรา ความรู้สึกว่า “ฉันไม่สําคัญแล้ว” ก็เกิดขึ้น และนําไปสู่การทวงถามความสนใจผ่านคอมเมนต์
อีกปัจจัยหนึ่งคือ ความเป็นปัจเจกนิยมเกินเหตุ (Hyper-individualism)
ซึ่ง Joanna Macy เคยอธิบายว่า เป็นวัฒนธรรมที่ยก “ตัวตนของฉัน” ให้ศักดิ์สิทธิ์เหนือทุกอย่าง จนลืมไปว่ามนุษย์ต้องพึ่งพาอาศัยกัน
ขณะที่ Dennis M. Clausen ชี้ว่า แนวคิดแบบนี้ทําให้ผู้คนละเลยคุณค่าร่วมของสังคม ตั้งแต่เรื่องเล็กอย่างมารยาท ไปจนถึงเรื่องใหญ่ระดับความรับผิดชอบต่อส่วนรวม
สุดท้ายแล้ว ไม่ใช่ทุกเรื่องต้องเกี่ยวกับเรา
การเจอเนื้อหาที่ไม่ตรงกับชีวิตเรา ไม่ได้แปลว่าเนื้อหานั้นไร้ค่า แต่มันอาจมีคุณค่าสําหรับ “คนอื่น”
และบางครั้ง ความรู้ที่เราคิดว่า “รู้ไปก็ไม่ได้ใช้” อาจกลายเป็นประโยชน์ในวันที่เราไม่คาดคิด
บางที สิ่งที่โซเชียลมีเดียควรสอนเรา ไม่ใช่แค่การถามว่า
“What About Me?”
แต่คือการฝึกถามว่า
“What About the Others?”
เพราะการมองโลกผ่านสายตาคนอื่นบ้าง อาจช่วยให้พื้นที่ออนไลน์น่าอยู่ขึ้น…โดยไม่ต้องลดคุณค่าของตัวเราเลย
ขอบคุณข้อมูล :
คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2016). Individualism – Collectivism : ความเป็นปัจเจกนิยม – คติรวมหมู่.
นักเดินทางด้านใน Inside Explorer. (2018). “วัฒนธรรมคลั่งอัตตา” (Hyper-Individualism).
สิทธิพงศ์ อุรุวาทิน. (2022). ‘Echo Chamber’ เราต่างมีกะลาคนละใบ…ที่เข้าใจว่าคือโลกกว้าง.
สิรวิชญ์ บุญประสิทธิการ. (2023). ‘ก็โลกไม่ได้หมุนรอบตัวเรานี่!’ รู้จัก What About Me Effect เมื่อทุกอย่างไม่ได้เกิดมาเพื่อเราคนเดียว.
Angela Serna-Norzagaray. (2024). The “what about me?” effect and hyperindividualism.
Dennis M. Clausen. (2021). Is Hyper-individualism Undermining the Social Contract?
Kelsey Borresen. (2023). The ‘What About Me Effect’ Is Rampant On Social Media. Are You Guilty Of It?
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 16:30 3 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 15:07 53 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 13:43 88 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 12:55 84 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 11:21 118 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 11:17 95 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 10:23 146 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 10:20 150 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 10:18 127 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 10:15 123 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 10:12 124 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 10:09 101 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 10:06 180 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 09:59 189 views
ข่าว
19 มิ.ย. 2569 17:16 155 views
ข่าว
19 มิ.ย. 2569 17:09 235 views