วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2569
14 ม.ค. 2569 16:18 | 1449 view
@pracha
อนุทิน ไล่ ผู้ว่า รฟท พิจารณาตนเอง เหตุเครนถล่มทับรถไฟสีคิ้ว
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 14 ม.ค.69 ที่ จ.พังงา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเหตุรถไฟขบวนด่วนพิเศษ ขบวน 21 กรุงเทพฯ – อุบลราชธานี ประสบเหตุเครนใช้ก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงหล่นทับตู้โดยสาร จุดเกิดเหตุบริเวณ กม.รถไฟที่ 220 หลัก 9 บ้านถนนคด ม.11 ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ทําให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตจํานวนมาก ว่า ได้รับรายงานแล้ว ตนสั่งการให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม และนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการแทนผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ลงพื้นที่ ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขได้นําผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และตนต้องขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิต
นายอนุทิน กล่าวว่า ส่วนสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน ขอให้รอการสืบสวนสอบสวนว่าทําไมจังหวะเวลาถึงพอดีกันขนาดนี้ เรื่องนี้ตนต้องไล่ถามอยู่แล้ว เพราะเป็นอาชีพเก่า พร้อมย้ําว่า อย่านําเรื่องดังกล่าวมาเป็นประเด็นทางการเมือง ขอให้ใช้เวลาไปกับการเยียวยาผู้บาดเจ็บ และไม่ให้เกิดความสูญเสียมากกว่านี้
“ดูแล้วโครงการนี้มันก็หลายครั้ง เมื่อปีที่แล้วก็มีเรื่องเหตุการณ์อุโมงค์ก่อสร้างถล่ม รอบนี้ก็มีเครนล้มอีก จึงต้องดูว่าทําไมถึงมีการก่อสร้างที่ผิดรูปแบบ อุบัติเหตุเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการละเลยหรือข้ามขั้นตอน ทําอะไรที่มันไม่ตรงตามการออกแบบ” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่า การก่อสร้างจะดําเนินการต่อไปหรือไม่ นายกฯ ระบุว่า ปกติถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ผู้รับเหมาก่อสร้างจะต้องยุติการก่อสร้าง และทํารายงานแผนการชดใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรื่องความเสียหายมีการชดใช้ค่าปรับอยู่แล้ว แต่เมื่อต้องหยุดงาน ผู้รับเหมาก็จะเสียค่าปรับในส่วนนี้ ส่วนภาครัฐมีความเสียหายเรื่องระยะเวลา แต่ไม่มีงบประมาณที่ต้องเสียเพิ่มเติม
เมื่อถามว่า ผู้รับเหมาได้ชี้แจงกลับมาเพิ่มเติมหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้คงต้องเร่งหาสาเหตุ รวมถึง รฟท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ต้องสืบสวนสอบสวน หากจะว่าผิดก็ต้องผิดทั้งหมด พร้อมย้ําว่า เมื่อเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นจะต้องมีคนถูกลงโทษ และรับผิดชอบที่ควบคุมโครงการไม่ดี สิ่งสําคัญที่สุดในเวลานี้ คือเรื่องของการเยียวยาผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน พร้อมกันนี้ได้แนะนําให้ รฟท. แจ้งความดําเนินคดีบริษัทผู้รับจ้าง
เมื่อถามว่า จะต้องมีการพิจารณาบทลงโทษผู้ประกอบการเพิ่มหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เมื่อถึงจุดนี้ต้องถึงกับการเป็นกฎหมาย ทั้งกระทรวงคมนาคมหรือกรมบัญชีกลาง ที่จะเป็นหน่วยงานขึ้นบัญชีดํา ตนก็ถามในกรณีตึกสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่ายกเลิกสัญญาแล้วหรือไม่ แต่ปรากฏว่าติดที่กฎหมายไปหมด และตนก็มีเวลาบริหารงานเพียง 2 เดือน และจะนําเรื่องนี้กลับมาคุยกันหลังเลือกตั้ง และตีแผ่กันอย่างชัดเจน ซึ่งทราบว่าผู้ประกอบการเป็นรายเดิม และยังให้ดําเนินงานก่อสร้าง กรมบัญชีกลางต้องตอบให้ได้ว่าทําไมยังไม่ขึ้นบัญชีดํา

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า อีกทั้งก่อนหน้านี้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ก็มีนโยบายทําสมุดพกความประพฤติของผู้ประกอบการ ซึ่งตนมองว่าเป็นเรื่องที่ดี และเห็นด้วยอย่างมาก แต่วันนี้ทําไมยังใช้ไม่ได้ และวันนี้หน่วยงานเองก็กังวลว่าหากทําไปก็กลัวจะถูกฟ้องกลับ จึงมองว่าควรจะเปลี่ยนกฎหมายการขึ้นบัญชีดําผู้รับเหมา แต่หากคนเสนอไปก็จะถูกฝ่ายการเมืองกล่าวหาว่าจะใช้อาชีพในอดีตมากลั่นแกล้ง ตนจึงต้องเว้นระยะ ซึ่งหากไม่ดําเนินการและเกิดเหตุซ้ําแบบนี้ ก็ก็คงไม่ต้องมีการเว้นระยะ และใช้หลักการ “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม”
นายกฯ ยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องของหลักวิศวกรรม มันจะไม่เกิดขึ้นโดยตามธรรมชาติ การที่เครนล้มลงมาก็ต้องตรวจสอบว่ามีอุปกรณ์ส่วนใดสึกหรอ หรือลูกปืนรางมีปัญหาหรือไม่ เรื่องพวกนี้สามารถพิสูจน์ได้ และหากเป็นเช่นนั้นก็ถือว่าจบเห่ ดังนั้น การจะไปจ้างผู้รับเหมาแบบนี้ก่อสร้าง ภาครัฐต้องคิดแล้วคิดอีก ภาคเอกชนก็ต้องคิดเหมือนกัน พร้อมย้ําว่า เรื่องนี้ รฟท. จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบด้วย ส่วนการลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์ ตนได้มอบหมายให้นายพิพัฒน์เป็นผู้ดําเนินการ ซึ่งต่างจากเมื่อครั้งอุโมงค์ก่อสร้างถล่ม ตอนนั้นตนเป็นรองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และนายสุริยะ ซึ่งอยู่คนละพรรคต่างคนต่างไป แต่ก็มองว่าดี ซึ่งนายพิพัฒน์ เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาโทรรายงานตนตลอด
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากสอบสวนพบว่ายังตรวจสอบพบว่ามีในโครงการอื่นด้วยนั้น จะชะลอโครงการหรือยุติไปเลยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องของผู้ควบคุมงาน ทั้งรับจ้าง และผู้ว่าจ้าง เรื่องนี้จะยกให้เป็นความผิดของผู้รับเหมาเพียงอย่างเดียวก็ไม่ใช่ เพราะมีการอนุมัติโครงการมีการตรวจการจ้าง

นายกฯ ย้ําว่า ไม่ต้องกังวล สถานการณ์จะบีบบังคับให้มีการตรวจสอบเอง ซึ่งต่อจากนี้ตนก็ไม่รู้ว่าผู้ว่าฯ รฟท. จะอยู่ได้หรือไม่ ก็ให้นายพิพัฒน์เป็นผู้ดําเนินการ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มีผู้เสียชีวิต 22 ราย เนื่องจากคราวที่แล้วคิดจํากัดความรับผิดชอบอยู่ในกรอบของผู้ว่าจ้าง แต่ครั้งนี้กระทบถึงพี่น้องประชาชน ตนจึงต้องถามกลับ และให้กลับไปพิจารณาตนเอง เพราะตอนนี้ตนยังเป็นนายกฯอยู่
ส่วนการที่ฝ่ายการเมือง เตรียมนําเรื่องดังกล่าวออกมาโจมตีนั้น นายกฯ กล่าวว่า “ผมห้ามเขาไม่ได้ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องทางการเมือง แต่เป็นเรื่องเทคนิค แทนที่จะมาคุยเรื่องความเสียหาย กลับกลายเป็นเรื่องการเมือง อย่าไปฉวยโอกาส จ.นครราชสีมา มีผู้แทนราษฎรพรรคใดเยอะที่สุด จะมาโยนพรรคอื่นได้อย่างไร ไม่ได้หรอก อย่าไปเล่นการเมือง” นายกฯ ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่ได้รับรายงานเหตุรถไฟขบวนด่วนพิเศษ ขบวน 21 กรุงเทพฯ – อุบลราชธานี ประสบเหตุเครนใช้ก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงหล่นทับตู้โดยสาร จุดเกิดเหตุบริเวณ กม.รถไฟที่ 220 หลัก 9 บ้านถนนคด ม.11 ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้ยกเลิกภารกิจหาเสียง ในพื้นที่ จ.พังงา ในช่วงบ่ายทันที และได้เดินทางไปที่ จ.ภูเก็ต เพื่อขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพมหานคร โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เดินทางกลับพร้อมกันด้วย และทันทีที่ถึงกรุงเทพมหานคร นายพิพัฒน์ จะเดินทางต่อไปยังจุดเกิดเหตุ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ทันที
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 09:14 1 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 09:11 9 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 08:57 32 views
ข่าว
5 มิ.ย. 2569 17:16 161 views
ข่าว
5 มิ.ย. 2569 17:01 120 views
ข่าว
5 มิ.ย. 2569 16:57 109 views
ข่าว
5 มิ.ย. 2569 16:42 231 views
ข่าว
5 มิ.ย. 2569 15:35 146 views
ข่าว
5 มิ.ย. 2569 15:28 142 views
ข่าว
5 มิ.ย. 2569 15:25 135 views
ข่าว
5 มิ.ย. 2569 15:17 157 views
ข่าว
5 มิ.ย. 2569 15:09 158 views
ข่าว
5 มิ.ย. 2569 14:57 184 views
ข่าว
5 มิ.ย. 2569 14:31 553 views
ข่าว
5 มิ.ย. 2569 12:58 296 views
ข่าว
5 มิ.ย. 2569 10:32 165 views