วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2569
25 ม.ค. 2569 14:25 | 2193 view
“นพ.ยง ภู่วรวรรณ” ชี้ นิปาห์ไวรัสระบาดอินเดียไม่ใช่โรคใหม่ ติดต่อคนสู่คนยาก ไม่ระบาดวงกว้าง ระยะฟักตัวสั้นแต่เสียชีวิตสูง 40–50% แนะประชาชนไม่ควรตื่นตระหนก ไทยยังไม่พบผู้ป่วย
วันที่ 24 ม.ค.69 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ศาสตราจารย์แพทย์ และหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ให้ความรู้เกี่ยวกับ นิปาห์ไวรัส ที่กําลังมีรายงานการระบาดในประเทศอินเดีย โดยย้ําว่าเป็นโรคที่รู้จักมานาน ไม่ใช่โรคอุบัติใหม่ และไม่ควรตื่นตระหนก
โรคนิปาห์ ไม่ใช่โรคใหม่ รู้จักกันมานาน ระบาดครั้งแรกในปี 2541 ที่ประเทศมาเลเซีย มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 คน การระบาดในครั้งนั้นได้ทําการศึกษาวิจัยอย่างรวดเร็ว ทําให้ทราบว่าเริ่มเหตุเกิดจากภาวะเอลนิญโญ มีภาวะแห้งแล้ง และมีการเผาป่ากันมากในสุมาตรา อินโดนีเซีย ควันไฟมีอิทธิพลทําให้ค้างคาวบินหนีขึ้นทางทิศเหนือมาอยู่ในมาเลเซีย (เป็นข้อสันนิษฐาน) ค้างคาวกินผลไม้ และผลไม้นั้นหล่นลงมาในคอกหมู หมูกินผลไม้นั้นต่อ จึงเกิดการระบาดในหมู และจากหมูจึงมาสู่คน
เหตุเกิดครั้งแรกที่ริมแม่น้ําสุไหง นิปาห์ “สุไหง” แปลว่าแม่น้ํา คือ แม่น้ํานิปาห์ จึงได้ตั้งชื่อไวรัสนี้และโรคนี้ตามชื่อดังกล่าว ในการระบาดครั้งนั้นมีการฆ่าทําลายหมูมากกว่า 1 ล้านตัว และมีผู้ป่วยเป็นหลักร้อย กว่าจะรู้ว่ามาจากหมูเพราะผู้ป่วยเกือบทุกคนมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับหมู เช่น คนฆ่าหมู เลี้ยงหมู ขับรถส่งหมู โรคได้ระบาดลงทางทิศใต้ของมาเลเซีย เข้าสู่สิงคโปร์ ไม่ได้ระบาดขึ้นเหนือ เพราะมีมุสลิมอยู่ทางภาคเหนือมากกว่าทางภาคใต้ และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นแนวแบ่งเขต ทําให้โรคไม่ระบาดเข้าสู่ประเทศไทย เพียงเข้าสู่สิงคโปร์เท่านั้น
หลังจากทําลายหมูมากกว่า 1 ล้านตัว ก็สามารถควบคุมโรคนี้ได้ และเป็นที่ทราบดีว่าไวรัสนี้อยู่ในค้างคาว และค้างคาวเป็นสัตว์ที่บินไปมาได้ไกล จากนั้นก็มีโรคระบาดประปราย โดยเฉพาะในเอเชียใต้และบางประเทศมาโดยตลอด แต่ส่วนใหญ่จะพบเป็นราย ๆ และโรคนี้ถือว่า เป็นโรคที่มีอัตราเสียชีวิตสูง
โรคนิปาห์ที่ระบาดอยู่ในอินเดียนั้น อย่างที่ทราบกันดีว่าก่อนหน้านี้ก็มีการระบาดประปราย แต่ไม่เป็นกลุ่มก้อนเท่าครั้งนี้ การระบาดมักจะมาจากค้างคาวเข้าสู่มนุษย์ โรคนี้สามารถที่จะติดต่อระหว่างมนุษย์สู่มนุษย์ได้ ทางการสัมผัสสิ่งคัดหลั่ง แต่พบได้ค่อนข้างน้อย จึงไม่ระบาดเป็นวงกว้าง และถือว่าเป็นโรคหนึ่งที่ระบาดจากสัตว์สู่คน
โรคนี้จะมีอาการไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว หายใจหอบได้ มีระยะฟักตัวสั้นประมาณ 4-5 วัน และโรคจะรุนแรงทรุดลงอย่างรวดเร็ว ไม่มีวิธีรักษาโดยตรง การรักษาจะเป็นการรักษาตามอาการประคับประคอง จึงทําให้โรคนี้มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 40-50 %
การป้องกันที่ดีที่สุด จึงเป็นการป้องกันจากสัตว์สู่คน เช่นการไม่ไปสัมผัสกับสัตว์ป่า โดยเฉพาะจําพวกค้างคาว หลีกเลี่ยงการรับประทานผลไม้ที่มีรอยฟันสัตว์แทะหรือร่วงหล่นตามพื้น ล้างผลไม้ให้สะอาดทุกครั้งก่อนการบริโภค การปลอกเปลือกผลไม้โดยเฉพาะในฤดูมะม่วง จะเป็นการป้องกันที่ดี หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ป่วย โดยเฉพาะหมู ค้างคาว ควรมีการป้องกันอย่างเต็มที่ และดูแลเรื่องอนามัยส่วนบุคคลเรื่องของความสะอาด
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตื่นตระหนกโรคนี้ยังไม่เคยพบในคนในประเทศไทย แต่ค้างคาวมีเชื้อโรคนี้จะไม่มีอาการ การติดต่อระหว่างคนสู่คนเกิดขึ้นได้ แต่น้อยกว่าโรคอื่น ๆ มาก นอกจากสัมผัสโดยตรงกับสิ่งคัดหลั่งของผู้ป่วย และยังจัดโรคนี้อยู่ เป็นโรคติดต่ออันตรายร้ายแรง
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 17:18 158 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 14:34 174 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 14:22 199 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 13:54 229 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 13:44 148 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 13:37 232 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 11:27 182 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 11:03 199 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 10:38 215 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 10:26 257 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 10:21 176 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 10:13 218 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 10:01 519 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 09:29 185 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 07:28 382 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 17:59 297 views