×
Live หน้าหลัก ทันเหตุการณ์ ทั่วไป ข่าวพระราชสำนัก คุณภาพชีวิต อาชญากรรม อาชญากรรมและมิจฉาชีพ เศรษฐกิจ ต่างประเทศ กีฬา สิ่งแวดล้อม ทหาร การเมือง ภูมิภาค บทความ บันเทิง Life แฟชั่นและความงาม อาหารและสุขภาพ ไอที ท่องเที่ยวและวัฒนธรรม การเงินและการลงทุน โชคชะตาและความเชื่อ กิจกรรม ททบ. กิจกรรม ทบ. แนะนำรายการ หน่วยงานและเอกชน พอดแคสด์ FM94 ศูนย์ข่าววิทยุ ติดต่อเรา

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2569

?>

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สัปดาห์เดียวช่วยเหลือเหยื่อ 34 เคส! พร้อมบุกรวบบัญชีม้าทันควัน หลังตุ๋นผู้เสียหายโอนเงินทําภารกิจรับคอมมิชชั่น สูญเงิน 7 แสน

 3 ก.พ. 2569 09:59 | 964 view

 @ekapon

Facebook X Share

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอํานวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์  รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดําเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวงภายใต้ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ตั้งแต่วันที่ 25 – 31 ม.ค.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จํานวน 7,550 คดี มูลค่าความเสียหาย 541,362,327 บาท (เฉลี่ยประมาณ 77.33 ล้านบาทต่อวัน) ซึ่งคดีที่รับแจ้งรอบนี้เพิ่มขึ้นจากห้วงวันที่ 18 - 24 ม.ค.69 จํานวน 372 คดี และพบว่ามูลค่าความเสียหายเพิ่มขึ้นกว่า 84,7333,896 บาท ข้อมูลจากทีมวิเคราะห์พบว่าเมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา จํานวนคดีเพิ่มขึ้นเพียง 5.18 % (จาก 7,178 เป็น 7,550 เรื่อง) แต่มูลค่าความเสียหายกลับพุ่งสูงถึง 18.56 % (จาก 456.6 เป็น 541.3 ล้านบาท) และพบว่ามิจฉาชีพมักเร่งทําผลงานในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน อาจเป็นเพราะความต้องการทางการเงินของประชาชนในช่วงเงินเดือนออกที่ทําให้ตัดสินใจลงทุนหรือหางานเสริมได้ง่ายขึ้น

หากนับเชิงปริมาณของคดีที่มีการแจ้งเข้ามา อันดับ 1. ยังคงเป็นการหลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์ มีจํานวนมากถึง 69.1% ซึ่งครองสัดส่วนสูงที่สุดอย่างชัดเจน สะท้อนว่าเป็นภัยใกล้ตัวที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดในชีวิตประจําวันโดยคนร้ายเน้นหลอกคนจํานวนมาก แม้ว่ามูลค่าต่อคดีจะไม่สูงนัก แต่ก็ยังเป็นภัยคุกคามวงกว้าง ขณะที่อันดับ   2. คือการหลอกให้โอนหารายได้พิเศษ และอันดับ 3. เป็นการข่มขู่ทางโทรศัพท์ ที่แซงอันดับขึ้นมา

ขณะที่หากเทียบในเชิงมูลค่าความเสียหายพบว่าอันดับคดีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โดยครั้งนี้ อันดับ 1.กลายเป็นการหลอกให้โอนเงินเพื่อหารายได้พิเศษ ที่แซงหน้าขึ้นมา สะท้อนให้เห็นว่ามิจฉาชีพใช้ความต้องการรายได้เสริมของผู้คนมาเป็นจุดอ่อนหลัก ซึ่งแม้จะมีจํานวนคดีที่น้อยกว่า แต่เรื่องนี้กลับสร้างความเสียหายสูงที่สุด แสดงว่าเหยื่อแต่ละรายสูญเสียเงินเป็นจํานวนมากต่อครั้ง ขณะที่อันดับ 2. เป็นการข่มขู่ทางโทรศัพท์ และอันดับ 3. เป็นการหลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) จึงขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง มิจฉาชีพในรูปแบบของการ “หลอกให้โอนเงินเพื่อหารายได้พิเศษ” ที่เข้ามาทําทีชักชวนหารายได้เสริมหรือทํางานพิเศษผ่านทางออนไลน์ ซึ่งมักจะระบุว่าเป็นภารกิจง่ายๆ อ้างผลตอบแทนสูง โดยมักจะให้โอนเงินจํานวนเพียงหลักสิบหรือหลักร้อยเพื่อเปิดระบบสมาชิกรับค่าคอมมิชชั่น จากนั้นให้โอนเงินเพื่อทําภารกิจแลกกับค่าตอบแทนสูง โดยแรกๆจะได้รับเงินค่าตอบแทน สามารถถอนออกมาได้จริง เพื่อล่อลวงให้เหยื่อตายใจ และยิ่งโอนเงินเพิ่มขึ้นเพื่อจะได้ทําภารกิจที่มากขึ้น จนสุดท้ายเมื่อเหยื่อต้องการถอนเงินทั้งหมด มิจฉาชีพจะอ้างว่าผิดเงื่อนไข ผิดกฎระเบียบของบริษัท ทําให้ระบบล็อค ต้องโอนเงินเพิ่มอีกเพื่อปลดล็อกระบบเหล่านั้น ซึ่งหากเหยื่อหลงกลยอมโอนเงินเพิ่ม มิจฉาชีพก็จะบล็อกช่องทางติดต่อ กว่าจะรู้ตัวว่าถูกหลอก ก็โอนเงินไปจนแทบหมดตัวแล้ว ดังนั้นหากพบพฤติกรรมในลักษณะข้างต้น ขอให้ประชาชนมีสติ ไม่เชื่อ ไม่โอน และควรตรวจสอบแหล่งที่มาของภารกิจเหล่านั้นให้ดีเสียก่อน หากไม่มั่นใจสามารถปรึกษา หรือแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วน AOC 1441 ก่อนจะทําธุรกรรมใดๆ

ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC และสามารถประสานงานร่วมกันกับทุกภาคส่วน ประกอบกับประสานให้เจ้าหน้าที่ตํารวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที โดยเป็นการเข้าตรวจสอบทั้งหมด 17 เคส สามารถช่วยเหลือรวมทั้งระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ทั้งหมดจํานวน 34 ราย คิดเป็นจํานวนเงินกว่า 4,872,800 บาท และสามารถจับกุมได้ 8 คดี

สําหรับเคสการช่วยเหลือที่น่าสนใจและมีมูลค่าความเสียหายสูง ได้แก่

เคสที่1 เจ้าหน้าที่ warroom ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตํารวจ สภ.คันนายาว เข้าช่วยเหลือหญิงวัย  45 ปี หลังตรวจพบว่ากําลังโอนเงินไปยังบัญชีม้า เจ้าหน้าที่ตํารวจจึงรีบติดต่อไปยังผู้เสียหายและแจ้งให้ทราบว่ากําลังตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ให้อายัดบัญชีและรวบรวมพยานหลักฐานเข้าแจ้งความดําเนินคดี โดยผู้เสียหายได้โพสต์ขายสินค้าแบรนด์เนมผ่านช่องทางออนไลน์ ก่อนมีคนร้ายติดต่อแสดงความสนใจซื้อ และชักชวนให้สมัครสมาชิกเพื่อเปิดระบบเมมเบอร์ จากนั้นหลอกให้โอนเงินทํากิจกรรมตามเงื่อนไขเพื่อรับค่าคอมมิชชั่น โดยกําหนดยอดโอนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินหลายครั้ง ก่อนจะไม่สามารถถอนเงินได้ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 718,750 บาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ตํารวจ สภ.สงขลา สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาซึ่งเป็นบัญชีม้าได้ พร้อมตรวจยึดหลักฐานเป็นสลิปการถอนเงิน และจากการตรวจสอบพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับบัญชีของผู้เสียหายอย่างชัดเจน

เคสที่2 เจ้าหน้าที่ warroom ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตํารวจ สภ.ปากเกร็ด เข้าช่วยเหลือผู้เสียหาย เป็นชายวัย 68 ปี หลังพบว่ากําลังโอนเงินไปยังบัญชีม้า เจ้าหน้าที่ตํารวจจึงรีบลงพื้นที่เข้าตรวจสอบ ทราบว่าผู้เสียหายสั่งซื้อหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนผ่านช่องทางออนไลน์ ก่อนจะมีข้อความปรากฎขึ้นชักชวนให้กดเข้าไปเพื่อร่วมลงทุนและทํากิจกรรมต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ โดยอ้างว่าหากทํากิจกรรมสําเร็จจะได้รับเงินตอบแทน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปลงทุนทํากิจกรรมดังกล่าว แต่เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงินออกมากลับไม่สามารถถอนเงินได้ มูลค่าความเสียหายรวม 428,880 บาท เจ้าหน้าที่ตํารวจจึงให้ผู้เสียหายโทร 1441 เพื่ออายัดบัญชี และให้คําแนะนําว่าหากมีการติดต่อให้โอนเงินในลักษณะดังกล่าวอีก ขอให้หลีกเลี่ยงและห้ามโอนเด็ดขาด จากนั้นเจ้าหน้าที่ตํารวจจึงให้ผู้เสียหายรวบรวมพยานหลักฐานเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ณ ศูนย์รับแจ้งความและบริหารคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตํารวจภูธรจังหวัดนนทบุรี เพื่อดําเนินการตามกฎหมายต่อไป

เคสที่3 เจ้าหน้าที่ warroom ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตํารวจ สภ.ปากเกร็ด เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายหญิง วัย 53 ปี หลังตรวจพบว่ากําลังโอนเงินไปยังบัญชีม้า โดยเจ้าหน้าที่ตํารวจได้เข้าตรวจสอบ พบว่า ผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพหลอกลวงเกี่ยวกับพัสดุและการคุ้มครองเงินฝาก ก่อนถูกหลอกให้กรอกข้อมูลธนาคารและสแกนใบหน้า ส่งผลให้เงินถูกโอนออกจากบัญชี รวมมูลค่าความเสียหาย 202,586 บาท ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตํารวจได้แนะนําให้ผู้เสียหายแจ้งความออนไลน์ผ่านหมายเลข 1441 และประสานให้เข้าพบพนักงานสอบสวน ณ ศูนย์รับแจ้งความและบริหารคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตํารวจภูธรจังหวัดนนทบุรี เพื่อดําเนินการตามกฎหมายต่อไป 

เป็นเพื่อนกับบัญชีทางการ LINE ของเราเพื่อรับข่าวสารล่าสุดและอีกมากมาย!

เพิ่มเพื่อน

ทันเหตุการณ์

ข่าว

ไทยโต้เขมร ปมสะพานทมอดา

23 มิ.ย. 2569 17:38 95 views

ข่าว

ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์เขมร ส่งตัว 49 คนไทยคืนบ้านเกิด

23 มิ.ย. 2569 16:52 132 views

ข่าว

นายกฯ ดัน Thailand Fastpass ดึงนักลงทุน

23 มิ.ย. 2569 16:49 222 views

ข่าว

"บอส ณวัฒน์" ไลฟ์เดือด ปมหนิง ปัทมา ถามกลับทําไมผู้หญิงต้องรับแรงกระแทกฝ่ายเดียว

23 มิ.ย. 2569 16:16 172 views

ข่าว

ครม. ไฟเขียวงบประมาณ 2 ฉบับ ชงงบปี 70 กรอบ 3.78 ล้านล้าน เข้าสภาฯ ปลาย มิ.ย.นี้

23 มิ.ย. 2569 14:32 266 views

ข่าว

"อนุทิน" ลั่น ประชาชนคือคนวัด KPI นายกฯ ผ่านคูหาเลือกตั้ง ย้ําขอทําหน้าที่ให้ดีที่สุด

23 มิ.ย. 2569 14:30 140 views

ข่าว

ตํารวจครูต้นแบบกว่า 1,400 นาย รุ่นที่ 1 ลุยพื้นที่ฉีด ‘วัคซีนไซเบอร์’ ให้ประชาชนแบบ Face to Face!

23 มิ.ย. 2569 14:29 106 views

ข่าว

รองนายกรัฐมนตรีหารือกลุ่มสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน

23 มิ.ย. 2569 14:16 105 views

ข่าว

ตํารวจทางหลวงรวบมือขโมยสายไฟรายเดิม หลังเคยก่อเหตุและถูกบันทึกพฤติกรรมไว้ สารภาพทํามาแล้วหลายครั้ง

23 มิ.ย. 2569 13:46 136 views

ข่าว

เปิดปมโกงสอบท้องถิ่น เรียกรับเงินหลักแสน

23 มิ.ย. 2569 13:25 3.09K views

ข่าว

นายกฯ สั่งเคลียร์ปมค่าไฟทางแฝงบิลประชาชน

23 มิ.ย. 2569 13:22 172 views

ข่าว

ปรับแนวเขตทับลาน "สุชาติ" สั่งตรวจเข้มรายแปลง โต้เอื้อนายทุน

23 มิ.ย. 2569 13:15 144 views

ข่าว

ทีมชัชชาติส่ง 24 ศิลปินขึง 22 นโยบายเมือง

23 มิ.ย. 2569 13:14 144 views

ข่าว

รมว.กห. ยันกัมพูชายังไม่ประชิดรถถังชายแดน

23 มิ.ย. 2569 13:11 157 views

ข่าว

อิหร่านยอมเปิดทาง ตรวจนิวเคลียร์-ช่องแคบฮอร์มุซ

23 มิ.ย. 2569 13:07 161 views

ข่าว

ณวัฒน์ลั่น Save หนิง ปัทมา หลังมีดราม่าในไอจี ซัดกลับทําไมไม่ไปถามผู้ชายของคุณ

23 มิ.ย. 2569 11:31 204 views