วันพุธที่ 24 มิถุนายน 2569
28 ก.พ. 2569 13:01 | 744 view
@pracha
'ธนกร' บุกเหมืองทองอัครา หลังยุติข้อพิพาทด้วยดี กําชับคุมเข้มสิ่งแวดล้อม-ดูแลชุมชน เผย นายกฯ สั่งเดินหน้ายกระดับแร่ไทยสู่วัตถุดิบยุทธศาสตร์พลังงานสะอาด
28 ก.พ 2569 - นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดําเนินงานของ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จํากัด (มหาชน) ภายหลังยุติข้อพิพาท โดยเน้นย้ําเรื่องของการก้าวข้ามความขัดแย้ง และเดินหน้าอุตสาหกรรมแร่ไทยด้วยมาตรฐานสูงสุด ทั้งนี้ ยังกําชับให้ดําเนินกิจการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด คุมเข้มสิ่งแวดล้อม ดูแลสุขภาพประชาชน และยกระดับสู่มาตรฐาน ESG ด้วยเทคโนโลยีที่ตรวจสอบได้ด้วย

โดยได้มอบหมายให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เร่งจัดทําฐานข้อมูลแร่ยุทธศาสตร์ของประเทศ รวมทั้งพัฒนาระบบติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมแบบดิจิทัลครอบคลุมเหมืองหลักและสร้างกลไกพัฒนาชุมชนรอบเหมืองที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ เนื่องจากโลกกําลังเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาด แร่คือวัตถุดิบสําคัญของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้า โซลาร์เซลล์ และดิจิทัล ดังนั้น กระทรวงฯ จะเร่งจัดทําแผนแม่บทบริหารจัดการแร่ฉบับใหม่ให้มีเป้าหมายที่ชัดเจน วัดผลได้ และเพิ่มมูลค่าในประเทศ
“นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้นโยบายว่า เป้าหมายต้องไม่ใช่แค่ทําเหมือง แต่ต้องทําให้แร่ไทยเป็นฐานรากของอุตสาหกรรมอนาคต สร้างความมั่นคงวัตถุดิบ และยกระดับขีดความสามารถแข่งขันของประเทศ” นายธนกร กล่าว

ด้าน นายเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายความยั่งยืนขององค์กร บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จํากัด (มหาชน) ได้นําเสนอภาพรวมการดําเนินงานของอัคราว่า สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศรวมกว่า 7.7 พันล้านบาทต่อปี สร้างการจ้างงานในพื้นที่กว่า 1 พันตําแหน่ง ซึ่งเกือบร้อยละ 90 เป็นคนในพื้นที่รอบเหมือง ดังนั้น อัคราจึงเป็นรากฐานสําคัญของเศรษฐกิจชุมชน นอกจากนี้ ยังมีการดําเนินงานด้านชุมชนสัมพันธ์ที่เข้มข้น เพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีและความเชื่อมั่นในเรื่องการทําเหมืองผ่านกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ ผ่านการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
ขณะที่ นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กล่าวว่า นโยบายในการยกระดับอุตสาหกรรมแร่จากการเป็นเพียงทรัพยากรต้นน้ําไปสู่การเป็นวัตถุดิบสําคัญต่อความมั่นคงทางอุตสาหกรรมของประเทศ เป็นแนวทางที่ กพร. พร้อมขับเคลื่อนผ่านการปรับบทบาทองค์กรจาก ผู้กํากับดูแล ไปสู่การเป็น ผู้บริหารจัดการทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ ที่ใช้ข้อมูลและองค์ความรู้เป็นฐานในการตัดสินใจ ควบคู่กันนั้น กพร. ได้พัฒนาแนวทาง Smart Mining - Smart DPIM โดยนําเทคโนโลยีดิจิทัลมาสนับสนุนการกํากับดูแลและติดตามผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และการสื่อสารกับสาธารณชน

นายอดิทัต กล่าวต่อว่า สําหรับแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ ฉบับที่ 3 ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทําเพื่อให้มีผลบังคับใช้ในต้นปี 2571 กพร. เตรียมผลักดันให้นํากระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) มาใช้เพื่อบูรณาการมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน มุ่งสู่การสร้างความสมดุลเชิงพื้นที่ ลดความขัดแย้ง และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการกําหนดทิศทางการพัฒนา รวมทั้งจะให้ความสําคัญกับการพัฒนาระบบข้อมูลแร่เชิงยุทธศาสตร์ (Mineral Intelligence) เพื่อยกระดับการคาดการณ์แนวโน้มความต้องการแร่ในอนาคต สนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง และเสริมความมั่นคงด้านวัตถุดิบของประเทศด้วย
“การลงพื้นที่ของรัฐมนตรีในครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของกระทรวงอุตสาหกรรม และ กพร. ในการยกระดับอุตสาหกรรมแร่ไทยสู่มิติใหม่ ที่ผสานการบริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์ เทคโนโลยีสมัยใหม่ และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อสร้างความมั่นคงทางวัตถุดิบและความยั่งยืนให้กับประเทศในระยะยาว” นายอดิทัต กล่าว.
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 15:47 33 views
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 15:39 39 views
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 15:28 39 views
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 15:21 47 views
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 15:03 47 views
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 15:03 43 views
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 14:53 60 views
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 14:42 66 views
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 14:35 65 views
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 14:22 60 views
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 14:16 61 views
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 14:02 63 views
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 12:14 101 views
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 12:06 109 views
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 11:54 99 views
ข่าว
24 มิ.ย. 2569 11:32 398 views