วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2569
1 มี.ค. 2569 14:01 | 1048 view
@pracha
‘เอกชน’ จี้จับตาเหตุสหรัฐ-อิสราเอลโจมตีอิหร่าน หวั่นราคาทองคํา/น้ํามันมีโอกาสที่จะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น และจะกระทบกับทั่วโลก แนะกระทรวงพลังงานและบริษัทน้ํามันควรหารือร่วมกันโดยด่วน วางแผนเรื่องการเส้นทางการขนส่งสํารอง
1 มี.ค. 2569 - นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ความตรึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐ-อิสราเอลโจมตีอิหร่านว่า ต้องจับตาสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยสิ่งที่จะเกิดขึ้นที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ ราคาโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะทองคํามีโอกาสที่จะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงราคาน้ํามัน เพราะการที่มีสถานการร์ความตึงเครียดใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ และบริเวณใกล้กับการขนส่งทางเรือค่อนข้างหนาแน่น มีโอกาสที่จะทําให้ราคาน้ํามันปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะกระทบกับทั่วโลก และประเทศไทย
นอกจากนี้ ต้องติดตามว่าสงครามจะยืดเยื้อหรือไม่ หรือเพียงแค่เพาะจุด และจับตาดูพันธมิตรของอิหร่าน เช่น ประเทศในตะวันออกกลางว่าประเทศใดจะออกมาเป็นตัวกลาง หรือประเทศมหาอํานาจที่สนับสนุนอิหร่าน ได้แก่ จีน และรัสเซียจะมีท่าทีอย่างไร รวมถึงจะมีการปะทะรุนแรงแค่ไหน
“ในช่วงสั้นผลกระทบทางจิตวิทยาราคาน้ํามันคงพุ่งขึ้นแน่นอน ส่วนราคาน้ํามันช่วงสั้นน่าจะกระเตื้องขึ้นไม่มาก แต่ในระยะยาวหากสถานการณ์บานปลายก็จะทําให้ราคาน้ํามันพุ่งขึ้น“นายเกรียงไกร กล่าว
ทั้งนี้ ได้หวังว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะไม่ยืดเยื้อ หรือบานปลาย เพราะจะกลายเป็นความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งในบริเวณดังกล่าวมีความอ่อนไหวทางด้านน้ํามัน หรือการขนส่งน้ํามัน โดยภาคพลังงานจะเป็นตัวแปรที่สําคัญ หากมีการโจมตีนอกเหนือจากที่ได้มีการตกลงกันไว้ เช่น บ่อน้ํามัน โรงกลั่นน้ํามันของอิหร่าน เพื่อต้องการทําทําลายเศรษฐกิจของอิหร่าน เช่นเดียวกับกรณีของรัสเซีย ยิ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงทําให้ราคาน้ํามันปรับตัวเพิ่มมากขึ้นไปอีก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทั่วโลก และเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวเท่าใดนัก
ส่วนการเตรียมความพร้อมของไทยนั้น แน่นอนว่าต้องจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงบริษัทน้ํามันในประเทศต้องดูว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะดําเนินการอย่างไรต่อไป หรือจะเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งน้ํามันได้หรือไม่ ซึ่งอาจจะทําให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น เช่นเดียวกับเมื่อครั้งเกิดการสู่รบกันระหว่างรัสเซีย และยูเครน เพียงแต่ครั้งนี้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ใกล้ชิดกับประเทศไทยมากกว่า เพราะไทยนําเข้าน้ํามันจากตะวันออกกลางเป็นหลัก โดยมองว่ากระทรวงพลังงานและบริษัทน้ํามันควรหารือร่วมกันโดยด่วน เพื่อวางแผนรับมือสถานการณ์ รวมถึงวางแผนเรื่องการเส้นทางการขนส่งสํารอง และดูว่าจะมีผลกระทบกับไทยมากน้อยแค่ไหน หากมีการปิดช่องแคบหรือเส้นทางขนส่งปกติ
“กรณีเลวร้ายที่สุด (Worst Case) จะต้องมีกาประเมินความเสี่ยงในระดับต่างๆ ทั้งระยะสั้น กลาง ยาว กรณีย่ที่สุดสงครามบานปลายจนถึงขั้นมีการปิดอ่าว ไทยจะมีน้ํามันสํารองใช้ได้นานแค่ไหน จะกระทบมากน้อยอย่างไร เหล่านี้จะต้องพิจารณาดูอย่างเร่งด่วน“นายเกรียงไกร กล่าว
ขณะที่ประเด็นเรื่องการเข้าไปห้ามส่งครามนั้น มองว่าไทยยังเป็นประเทศเล็กเกินไปที่จะสามารถทําได้ แต่หากมีการเจรจาในเชิงต่างประเทศ ไทยก็ควรจะอยู่ในกลุ่มที่ขอให้มีการเข้าสู่การเจรจา โดยใช้วิธีทางการฑูตมากกว่าการใช้สงคราม ซึ่งเป็นการแสดงจุดยืน
นอกจากนี้ ก็จะต้องมาดูว่าโรงงาน หรืออถตสาหกรรมใดบ้างที่จะได้รับผลกระทบ หากเกิดกรณีเลวร้ายที่สาุถดจะทําอย่างไร หากราคาน้ํามันปรับเพิ่มขึ้นสูงมากจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจอะไรบ้าง โดยจะต้องมีการเตรียมการควบคู่กันไป.
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 16:52 46 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 16:34 53 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 16:31 62 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 16:22 71 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 16:16 86 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 16:13 59 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 16:04 57 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 15:42 73 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 15:21 132 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 15:10 77 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 15:06 61 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 15:01 79 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 14:58 106 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 14:23 137 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 13:49 67 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 13:28 106 views