วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2569
2 มี.ค. 2569 16:48 | 1603 view
@pracha
พณ.สรุปผลกระทบไทย ‘พลังงาน-การลงทุน-แรงงาน-ท่องเที่ยว’ แนวทางรับมือ จากเหตุ ‘สหรัฐ-อิสราเอล’ สู้รบ ‘อิหร่าน’
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม สํานักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้สรุปเหตุการณ์การสู้รบระหว่างสหรัฐร่วมอิสราเอล สู้รบกับอิหร่าน ตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์-1 มีนาคม ดังนี้
สรุปเหตุการณ์
• การเสียชีวิตของผู้นําสูงสุดอิหร่าน สื่อทางการอิหร่านยืนยันการเสียชีวิตของอายะตุลลอฮ์ อาลี คาเมเนอี จากการโจมตีทางอากาศร่วมกันของสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยการโจมตีเกิดขึ้นขณะที่ท่านกําลังประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงในศูนย์บัญชาการใจกลางกรุงเตหะราน
• การจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล อิหร่านได้แต่งตั้งสภาผู้นําชั่วคราวเพื่อดูแลช่วงเปลี่ยนผ่าน ขณะที่ประธานาธิบดีอิหร่านระบุว่าเหตุการณ์นี้ คือ “การประกาศสงครามกับชาวมุสลิม”
• อิสราเอลขยายขอบเขตการโจมตี นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ประกาศว่าอิสราเอลจะโจมตีเป้าหมายเพิ่มเติมอีกหลายพันแห่งในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า โดยล่าสุดมีรายงานการโจมตีสถานีตํารวจบริเวณชานกรุงเตหะราน และโรงพยาบาล Gandhi ในเตหะรานตอนเหนือ ซึ่งฝั่งอิหร่านระบุว่าเป็นฝีมือของกองทัพสหรัฐฯ-อิสราเอล
• รายละเอียดจุดโจมตีของทั้งสองฝ่าย
– ฝ่ายสหรัฐฯ และอิสราเอล (เป้าหมายหลักในอิหร่าน) มีการโจมตีเป้าหมายหลายร้อยแห่ง ครอบคลุมพื้นที่อย่างน้อย 9 เมือง ดังนี้
• เตหะราน (Tehran) โจมตีศูนย์บัญชาการกลาง สํานักข่าวกรอง กระทรวงกลาโหม) และสํานักงานของผู้นําสูงสุด
• อิสฟาฮาน (Isfahan) มุ่งเป้าที่ศูนย์วิจัยและเทคโนโลยีนิวเคลียร์
• ท่าเรือและฐานทัพ เมืองบูเชอร์ (Bushehr) และทับริซ (Tabriz) ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือและฐานยิงขีปนาวุธ
• จุดยุทธศาสตร์อื่น ๆ ปาร์ชิน (Parchin), กอม (Qom), และมาฮาบัด (Mahabad) โดยเน้นทําลายระบบป้องกันภัยทางอากาศและโรงงานผลิตขีปนาวุธ
– ฝ่ายอิหร่าน (เป้าหมายการตอบโต้) อิหร่านระดมยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายทั้งในอิสราเอล และฐานทัพสหรัฐฯ ทั่วภูมิภาค
• ในอิสราเอล โจมตีฐานทัพเรือในท่าเรือไฮฟา (Haifa) กระทรวงกลาโหมในเขต Hakeryat, ฐานทัพอากาศ Ramat David และนิคมอุตสาหกรรมทหาร Beit Shemesh
• ฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค:
o คูเวต ฐานทัพอากาศ Ali al-Salem (ถูกสกัดกั้นได้) และโดรนโจมตีสนามบินนานาชาติคูเวต
o บาห์เรน มุ่งเป้าที่กองเรือที่ 5 ของสหรัฐฯ (US Navy 5th Fleet) ในกรุงมานามา
o กาตาร์ ฐานทัพ Al Udeid และระบบเรดาร์เตือนภัยล่วงหน้าทางตอนเหนือ
o สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เกิดเหตุระเบิดและไฟไหม้บริเวณใกล้โรงแรมในดูไบ และอาคารที่พักอาศัยในอาบูดาบี
สถานการณ์ด้านพลังงาน
1. สถานการณ์โลก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 กลุ่ม OPEC+ (นําโดยซาอุดีอาระเบียและรัสเซีย) ได้จัดการประชุมผ่านระบบออนไลน์เพื่อประเมินสถานการณ์หลังเกิดความขัดแย้งรุนแรงในตะวันออกกลาง โดยมีมติสําคัญดังนี้
• ที่ประชุมมีมติ เพิ่มกําลังการผลิตน้ํามันดิบขึ้น 206,000 บาร์เรลต่อวัน เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 เพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดและลดความร้อนแรงของราคาน้ํามันที่พุ่งสูงขึ้น
• การประเมินตลาด แม้จะเพิ่มกําลังการผลิต แต่นักวิเคราะห์กังวลว่าปริมาณที่เพิ่มขึ้นนี้อาจไม่เพียงพอ หากการปิดช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ
2. สถานการณ์ในประเทศไทยและการรับมือ กระทรวงพลังงานได้ยกระดับมาตรการรับมือเพื่อป้องกันวิกฤตพลังงานภายในประเทศ ดังนี้
• ระงับการส่งออกน้ํามัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสั่งการด่วนให้ระงับการส่งออกน้ํามันไปต่างประเทศชั่วคราว เพื่อสํารองไว้ใช้ภายในประเทศให้ได้นานที่สุด
• ปริมาณสํารองปัจจุบัน ข้อมูล ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 ประเทศไทยมีน้ํามันสํารองรวม (น้ํามันคงเหลือและอยู่ระหว่างขนส่ง) ประมาณ 7,660 ล้านลิตร ซึ่ง เพียงพอต่อการใช้งานได้ประมาณ 60 วัน
• แผนสํารองก๊าซธรรมชาติ สั่งการให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเพิ่มการผลิตก๊าซในอ่าวไทย และเลื่อนแผนการซ่อมบํารุงแหล่งผลิตออกไปก่อน เพื่อลดการนําเข้า LNG จากต่างประเทศ
• การผลิตไฟฟ้า สั่งให้โรงไฟฟ้าถ่านหินและโรงไฟฟ้าพลังน้ําเดินเครื่องเต็มกําลังการผลิต เพื่อเตรียมพร้อมในกรณีที่การนําเข้าก๊าซธรรมชาติหยุดชะงัก
• ในปี 2568 ประเทศไทยนําเข้าน้ํามันดิบจากต่างประเทศ คิดเป็นมูลค่า 912,913 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการนําเข้าจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตน์ คิดเป็น 43% ซาอุดิอาระเบีย 12% และการ์ตา 3%
3. ราคาพลังงงานโลก
• ราคาน้ํามันดิบเบนรด์ ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 79.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (เพิ่มขึ้นประมาณ 9% จากวันศุกร์)และนักวิเคราะห์ คาดการณ์ว่าหากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย ราคาอาจพุ่งไปแตะ 90 ดอลลาร์ ได้ภายในสัปดาห์นี้ ฉากทัศน์สูงสุด หากการปิดช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อและมีการทําลายโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ํามัน ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าราคาอาจพุ่งสูงเกิน 100-120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ได้ในระยะเวลาอันสั้น
แนวทางการดําเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ
• กระทรวงการคลัง ได้จัดตั้งศูนย์ติดตามและประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง (Economic War Room) ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานสําคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สํานักงบประมาณ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์ (ตลท.) โดยมีสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง เป็นหน่วยงานประสานงานหลัก เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด
• กระทรวงการต่างประเทศ ได้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ (War Room) เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตฯ ในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ของไทยในภูมิภาคทุกแห่งได้เตรียมการช่วยเหลือที่จําเป็นแก่คนไทยในพื้นที่ รวมถึงเตรียมแผนอพยพในกรณีจําเป็นไว้แล้วด้วย และได้จัดตั้งศูนย์ 24 ชั่วโมงของกรมการกงสุลเพื่อรับความช่วยเหลือเร่งด่วน
• กระทรวงแรงงาน ตั้งศูนย์วอร์รูมติดตามสถานการณ์และประสานการช่วยเหลือแรงงานไทยในตะวันออกกลางเพื่อเกาะติดสถานการณ์ พร้อมสนับสนุนความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง หากสถานการณ์รุนแรงถึงขั้นอพยพ โดยในปัจจุบันมีแรงงานไทยอยู่ในความรับผิดชอบของ สํานักงานแรงงาน 3 แห่ง ประกอบด้วย สํานักงานแรงงาน ณ กรุงเทลอาวีฟ อิสราเอล จํานวน 58,921 คน, สํานักงานแรงงาน ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จํานวน 11,227 คน, สํานักงานแรงงาน ณ กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย จํานวน 7,347 คน รวมจํานวนทั้งสิ้น 77,495 คน
สถานการณ์ด้านการเดินทาง
• บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (AOT) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ในช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ส่งผลให้สายการบินบางส่วนที่ให้บริการ ณ ท่าอากาศยานภายใต้การบริหารของ AOT จํานวน 6 แห่ง พิจารณาปรับแผนการบิน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการปฏิบัติการบิน
• จากการติดตามและประเมินสถานการณ์ พบว่า มีสายการบินยกเลิกเที่ยวบินที่ให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศไทยกับภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือผ่านน่านฟ้าใกล้เคียง เช่น สายการบิน El Al Israel, Air Arabia, Emirates, Qatar Airways, Etihad, Gulf Air, World2fly และ Thai Air Asia X เป็นต้น โดยที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีเที่ยวบินยกเลิก จํานวน 59 เที่ยวบิน ท่าอากาศยานดอนเมือง 2 เที่ยวบิน ท่าอากาศยานเชียงใหม่ 2 เที่ยวบิน และ ท่าอากาศยานภูเก็ต 36 เที่ยวบิน ในจํานวนนี้มีผู้โดยสารของเที่ยวบินบางส่วนที่ใช้เส้นทางตะวันออกกลางเป็นเส้นทางเปลี่ยนถ่ายไปสู่ท่าอากาศยานปลายทาง
ได้ทําการเปลี่ยนเที่ยวบินไปในเที่ยวบินที่ไม่ได้รับผลกระทบแทน ขณะที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว

บทวิเคราะห์
• สถานการณ์ในขณะนี้ถือเป็น Negative Supply Shock อาจเกิดการพุ่งขึ้นของต้นทุนการผลิต จากการปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ํามัน 20% ของโลก ส่งผลให้ราคาน้ํามันดิบพุ่งทะยาน ซึ่งแม้ OPEC+ จะเพิ่มกําลังการผลิตแต่อาจไม่สามารถชดเชยปริมาณที่หายไปจากระบบได้ทันที สิ่งนี้จะกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกและในไทยเร่งตัวขึ้นผ่านราคาค่าขนส่งค่าน้ําเชื้อเพลิง และค่าไฟฟ้า
• สถานการณ์ด้านการท่องเที่ยว กลุ่มนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง (เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต และกาตาร์)ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกําลังซื้อสูงและมักเดินทางมาไทยเพื่อการพักผ่อนและรับบริการทางการแพทย์ (Medical Tourism) อาจชะงักจากข้อจํากัดในการเดินทางและความกังวลเรื่องความปลอดภัย นอกจากนี้ แม้ไทยจะไม่ใช่คู่ขัดแย้ง แต่ความไม่สงบระดับโลกอาจทําให้นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอื่นเกิดความกังวลในการเดินทางระยะไกล (Long-haul) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสแรกของปี
• ด้านแรงงานและการบริโภคภายในประเทศ รายได้เงินโอนระหว่างประเทศ จากแรงงานไทยกว่า 77,000 คน ในพื้นที่เสี่ยง หากต้องอพยพกลับประเทศ จะส่งผลให้รายได้ที่ส่งกลับมาจุนเจือครอบครัวในภาคเกษตรและท้องถิ่นลดลง
และเพิ่มภาระด้านการจัดหางานภายในประเทศของภาครัฐ นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์อาจทําให้ภาคครัวเรือนชะลอการตัดสินใจซื้อสินค้าคงทน หรือสินค้าฟุ่มเฟือย เพื่อเก็บเงินสดไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน
• ด้านบรรยากาศการลงทุนและเสถียรภาพตลาดเงิน ความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้นอาจส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติเคลื่อนย้ายเงินทุน ส่งผลให้ค่าเงินบาทมีความผันผวนสูง ซึ่งเป็นอุปสรรคสําคัญต่อการบริหารจัดการความเสี่ยงของผู้นําเข้าและส่งออก ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังอาจทําให้โครงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่อยู่ในขั้นตอนการตัดสินใจถูกชะลอออกไปเพื่อประเมินสถานการณ์ ซึ่งจะส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในระยะยาวหากสถานการณ์ยืดเยื้อ
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 16:52 0 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 16:31 36 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 16:22 28 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 16:16 34 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 16:13 16 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 16:04 28 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 15:42 58 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 15:21 49 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 15:10 53 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 15:06 42 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 15:01 55 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 14:58 70 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 14:23 76 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 13:49 48 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 13:28 89 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 12:11 134 views