วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2569
10 มี.ค. 2569 10:32 | 505 view
@pracha
พณ.ศึกษาโมเดลมันหวานญี่ปุ่น (นาเมะกาตะ) เล็งปรับใช้ดันสินค้าGIไทย
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(DIP) กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เปิดเผยภายหลังเข้าเยี่ยมชมแปลงปลูกมันหวานนาเมะกาตะ (Namegata) ณ จังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น ว่า ได้เข้าไปเรียนรู้กระบวนการผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง การควบคุมคุณภาพสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) แลกเปลี่ยนองค์ความรู้วิถีการเกษตรระหว่างไทยและญี่ปุ่น การทําตลาด รวมถึงการถอดบทเรียนจากโมเดลเกษตรมูลค่าสูงของญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้กับสินค้าเกษตรไทยตามแนวความสําเร็จของมันหวานญี่ปุ่น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันสินค้าไทยในตลาดโลก

“การเยือนแหล่งผลิตมันหวานนาเมะกาตะครั้งนี้ ได้พบหารือกับกลุ่มผู้ประกอบการ นําโดย Mr.Yuji Kuriyama ผู้อํานวยการสหกรณ์การเกษตรนาเมกาตะ ชิโอไซ (JA Namegata Shiosai) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการพัฒนาและคุ้มครองสินค้า GI ตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่การกําหนดมาตรฐานคุณภาพ การควบคุมแหล่งผลิต การบริหารจัดการผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการสร้างแบรนด์และทําตลาดเจาะกลุ่มผู้บริโภคระดับพรีเมียม ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรได้อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นต้นแบบสําคัญในการพัฒนาเกษตรมูลค่าสูงของไทย”นางอรมน กล่าว
ทั้งนี้มันหวานนาเมะกาตะ เป็นสินค้า GI ที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นและมีรสชาติดีที่สุด โดยมีหลายสายพันธุ์ เช่น สายพันธุ์เบนิอาซึมะ สายพันธุ์เบนิ ฮารุกะ สายพันธุ์นารุโตะคิงโตคิ สายพันธุ์ซีลสวีท สายพันธุ์คุริโคกาเนะ และสายพันธุ์เบนิโคกาเนะ ซึ่งเป็นมันเนื้อสีเหลืองที่มีเนื้อสัมผัสคล้ายเผือก มีปริมาณน้ําตาลสูง ด้วยจุดเด่นด้านอัตลักษณ์ที่มีความแตกต่าง มันหวานนาเมะกาตะจึงสามารถสร้างแบรนด์สินค้าสู่ตลาดระดับพรีเมียม และทําให้ได้รับการขึ้นทะเบียนสินค้า GI ของญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2566 และมีแนวโน้มการผลิตเพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งผู้ประกอบการสามารถผลิตได้ถึง 20,728 ตัน คิดเป็นมูลค่า 4,718 ล้านเยน หรือประมาณ 940 ล้านบาท และมีปริมาณผลผลิตส่งออกถึง 994.3 ตัน ตลาดส่งออกที่สําคัญ คือ มาเลเซีย ไทย สิงคโปร์ แคนาดา ฝรั่งเศส และเยอรมนี

นางอรมน กล่าวว่า กรมฯเตรียมนําโมเดลการบริหารจัดการสินค้า GI แบบครบวงจรของญี่ปุ่น มาประยุกต์ใช้กับสินค้า GI ไทยที่มีศักยภาพ อาทิ สินค้าในกลุ่มกาแฟ มะพร้าวน้ําหอม ส้มโอ สับปะรด เป็นต้น เพื่อยกระดับสินค้าเกษตรทั่วไปสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ซึ่งปัจจุบันญี่ปุ่นได้ขึ้นทะเบียนคุ้มครองสินค้า GI ไทยแล้ว 3 รายการ คือ กาแฟดอยตุง(เชียงราย) กาแฟดอยช้าง (เชียงราย) และสับปะรดห้วยมุ่น (อุตรดิตถ์) โดยกรมฯมีแผนที่จะผลักดันการขึ้นทะเบียนสินค้า GI ไทย เพื่อขอรับความคุ้มครองในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยช่วยสร้างแต้มต่อในการสื่อสารคุณภาพของสินค้าของไทย และสร้างการยอมรับสินค้า GI ไทย ซึ่งจะส่งผลให้สินค้า GI ไทยสามารถเติบโตในตลาดญี่ปุ่นที่มีกําลังซื้อสูงได้อย่างแข็งแรงต่อไป
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 13:28 53 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 12:11 87 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 11:48 118 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 10:59 137 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 10:56 131 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 10:47 89 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 10:38 97 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 10:32 95 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 10:24 90 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 10:19 213 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 10:11 192 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 10:05 115 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 09:59 96 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 09:55 90 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 14:37 473 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 13:50 234 views