วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2569
10 มี.ค. 2569 15:44 | 982 view
@pracha
ตํารวจสนธิกําลังพาณิชย์ ลุยล้างบาง 'ล้งมะพร้าว' นอมินีจีน กดราคาชาวสวนราชบุรี พบแต่งบัญชีเลี่ยงภาษี
ทลายเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ นายทุนจีนผูกขาดครบวงจรกําหนดราคารับซื้อส่งออกเอง ต้นเหตุราคามะพร้าวตกต่ํา เผยเข้าตรวจค้นเป้าหมายบริษัทรับซื้อมะพร้าว-โรงงานแปรรูป 8 แห่ง เข้าข่ายผิดพรบ.ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 6 แห่ง พบมีคนไทยเป็นนอมินีหุ่นเชิดบังหน้า แต่ไม่มีอํานาจตัดสินใจ แถมตรวจพบผลประกอบการผิดปกติ ตกแต่งบัญชีขาดทุนหลบเลี่ยงภาษี
10 มีนาคม 2569 - ที่กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง(ผบช.ก.) , พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ) และผู้แทนจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกันแถลงผลเปิดปฏิบัติการปูพรมตรวจค้นเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ รวม 8 จุด ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ประกอบด้วย 1.บริษัท เต๋อ หวั่ง จํากัด , 2.บริษัท เหอไท่เซิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จํากัด ,3.บริษัท หลง แมน โคโค่นัท จํากัด , 4.บริษัท ไทยเฉิงต้า เทรดดิ้ง จํากัด , 5.บริษัท จั่นฮุ่ยราญา จํากัด ,6.บริษัท หมู่ เซียน หยวน (ประเทศไทย) จํากัด 7.บริษัท อีซี่ โคโคนัท จํากัด และ8.บริษัท ฟลาย โคโคนัท จํากัด หลังพบพฤติการณ์กลุ่มทุนต่างชาติสวมสิทธิ์คนไทยเข้าครอบงําธุรกิจเกษตรสงวนบิดเบือนราคารับซื้อจนส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพราคามะพร้าวน้ําหอมทั่วประเทศ
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ผบช.ก.เปิดเผยว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากการลงพื้นที่สืบสวนหาสาเหตุของปัญหาราคามะพร้าวตกต่ํา สร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้กับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ จ.ราชบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง โดยพบความย้อนแย้งว่าในขณะที่ความต้องการบริโภคมะพร้าวน้ําหอมในตลาดต่างประเทศยังคงมีปริมาณสูง แต่ราคามะพร้าวหน้าสวนที่เกษตรกรได้รับกลับถูกกดให้ต่ําลงอย่างผิดปกติ

ชุดสืบสวน กก.4 บก.ปอศ. ได้วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกพบว่า สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการที่กลุ่มทุนต่างชาติ ได้เข้ามาแทรกแซงวงจรการค้ามะพร้าวด้วยการจัดตั้งล้งมะพร้าวอําพราง โดยใช้ชื่อคนไทยเป็นตัวแทนถือหุ้นเพื่อเข้ามาเป็นตัวกลางในการรับซื้อและส่งออกเสียเอง เมื่อกลุ่มทุนเหล่านี้สามารถควบคุมช่องทางการกระจายสินค้าและโรงงานแปรรูปได้เกือบเบ็ดเสร็จจึงเกิดอํานาจต่อรองที่เหนือกว่าเกษตรกร นําไปสู่การกดราคารับซื้อต่ํากว่าความเป็นจริงเพื่อกวาดกําไรส่งออกกลับไปยังต่างประเทศ ทิ้งความเสียหายไว้กับเศรษฐกิจฐานรากของไทย
จึงได้สนธิกําลังเข้าตรวจค้นเป้าหมายบริษัทรับซื้อมะพร้าวและโรงงานแปรรูปจํานวน 8 แห่ง พบว่ามีบริษัทที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทําความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวฯ จํานวน 6 แห่ง จากการสืบสวนเบื้องต้นพบผู้กระทําความผิดเป็น นิติบุคคล จํานวน 6 ราย มีผู้ร่วมกระทําผิดแบ่งเป็น บุคคลสัญชาติไทยจํานวน 10 ราย และ ชาวต่างชาติจํานวน 7 ราย ซึ่งจากการตรวจค้นพบว่า 6 ใน 8 บริษัทเข้าข่ายการกระทําความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ตามบัญชีท้าย บัญชีหนึ่ง ข้อ 2 การทํานา ทําไร่ หรือทําสวน ,บัญชีสาม ข้อ 13 ,14 และ 15 ซึ่งเกี่ยวกับผลิตผลทางการเกษตร,การค้าปลีกและค้าส่ง
โดยดําเนินการผ่านแผนประทุษกรรม 1. การใช้คนไทยเป็นหุ่นเชิดบริหาร พบว่าบริษัทหลายแห่งมีชื่อคนไทยถือหุ้นในสัดส่วน 51% ตามกฎหมาย แต่จากการสอบปากคํา พบว่าผู้ถือหุ้นชาวไทยเหล่านั้นมีสถานะเป็นเพียงพนักงานระดับปฏิบัติการ พนักงานบัญชี หรือแม้กระทั่งบุคคลทั่วไปที่ถูกจ้างวานมาเพื่อเซ็นชื่อในเอกสาร โดยไม่มีอํานาจตัดสินใจหรือได้รับส่วนแบ่งกําไรที่แท้จริง
2. การสั่งการตรงจากต่างชาติ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดหลักฐานสําคัญเป็นบันทึกการสนทนาผ่านแอปพลิเคชันและเอกสารในจุดตรวจค้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอํานาจการสั่งการรับซื้อ การกําหนดราคา และการจัดการโลจิสติกส์ทั้งหมด ถูกควบคุมโดยตรงจากนายทุนสัญชาติจีน โดยมีคนไทยทําหน้าที่เพียงบังหน้าเพื่อให้ดูเหมือนเป็นธุรกิจของคนท้องถิ่นเท่านั้น
3. กลไกการผูกขาดและการบิดเบือนราคาแบบครบวงจร จากการสืบสวนเชิงลึกพบแผนประทุษกรรมที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อกลไกตลาดมะพร้าวไทย โดยกลุ่มทุนต่างชาติเหล่านี้ได้ขยายอิทธิพลเข้าครอบงําห่วงโซ่อุปทานอย่างเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่ "ต้นน้ํา" ผ่านการทําสัญญาเช่าที่ดินระยะยาวในพื้นที่ เพื่อทําสวนมะพร้าวเอง ทําให้สามารถควบคุมปริมาณผลผลิตได้โดยตรง ต่อเนื่องมายัง "กลางน้ํา" ด้วยการจัดตั้งสถานประกอบการหรือล้งมะพร้าวอําพรางเพื่อรวบรวมและแปรรูป และส่งต่อไปยัง "ปลายน้ํา" คือการส่งออกไปยังเครือข่ายของตนเองในต่างประเทศ

ผบช.ก.กล่าวต่อว่า การกินรวบวงจรธุรกิจเช่นนี้ทําให้กลุ่มทุนต่างชาติมีอํานาจผูกขาดในการกําหนดราคา โดยพบหลักฐานว่ามีการกดราคารับซื้อหน้าสวนจากเกษตรกรไทยให้ต่ําลงอย่างผิดปกติเหลือเพียงลูกละ 2-5 บาท ในขณะที่นําไปแปรรูปและส่งออกไปยังประเทศอื่นโดยเฉพาะประเทศจีนในราคาลูกละ 35- 50 บาท โดยส่วนต่างกําไรมหาศาลนี้จะถูกโอนกลับไปยังกลุ่มนายทุนต่างชาติโดยตรง พฤติการณ์ดังกล่าวไม่เพียงแต่ทําให้เกษตรกรไทยถูกตัดออกจากระบบการค้าปกติ แต่ยังเป็นปัจจัยหลักที่ทําให้ราคามะพร้าวหน้าสวนทั่วประเทศตกต่ําและสูญเสียเสถียรภาพ
นอกจากนี้ การวิเคราะห์งบการเงินย้อนหลังยังพบความผิดปกติในการรายงานผลประกอบการเป็นตัวเลขขาดทุนมาโดยตลอด แต่รายได้บริษัทในแต่ละปีกลับสูงขึ้น ซึ่งเป็นการใช้ช่องว่างทางกฎหมายและการจัดทําบัญชีเพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายทุนต่างชาติสามารถประกอบธุรกิจได้โดยไม่ต้องเสียภาษีให้แก่รัฐอย่างถูกต้อง และยังเป็นการครอบงํากิจการที่สงวนไว้สําหรับคนไทย อันเป็นการทําลายระบบเศรษฐกิจและกลไกการค้าของประเทศอย่างร้ายแรง
จากการตรวจค้นสามารถตรวจยึดของกลางเพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานได้เป็นจํานวนมาก ประกอบด้วย หลักฐานการซื้อขายมะพร้าว สัญญาเช่าสวนมะพร้าว เอกสารทางบัญชีและภาษี รวมกว่า 10 กล่อง ซึ่งแสดงถึงรายการเดินบัญชีที่ขัดแย้งกับความเป็นจริง , อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่มีข้อมูลการติดต่อกับนายทุนต่างชาติ
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 13:28 53 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 12:11 87 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 11:48 118 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 10:59 137 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 10:56 131 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 10:47 89 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 10:38 97 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 10:32 95 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 10:24 90 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 10:19 213 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 10:11 192 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 10:05 115 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 09:59 96 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 09:55 90 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 14:37 473 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 13:50 234 views