วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2569
13 มี.ค. 2569 10:50 | 610 view
@pracha
กลุ่มโรงกลั่นฯ ยืนยันน้ํามันสํารองมีเพียงพอ และพร้อมปรับแผนบริหารจัดการรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ พร้อมยัน 'ค่าการกลั่น' ไม่ใช่กําไรสุทธิของผู้ประกอบการ เผยต้นทุนแฝงปรับตัวสูงขึ้น 3-6 บาทต่อลิตร พร้อมเดินหน้าผลิตเพื่อความมั่นคงของประเทศ
รายงานข่าวจากกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ํามันปิโตรเลียม (กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ) ในฐานะผู้ประกอบกิจการกลั่นและจําหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมหลักของประเทศ ภายใต้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าตามที่มีการนําเสนอข่าวและความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ "การจัดหาน้ํามันเชื้อเพลิง" ในช่วงที่ผ่านมากลุ่มฯ โรงกลั่นฯ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและตระหนักถึงความห่วงใยของภาคส่วนต่างๆ จึงขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้าง ความเข้าใจที่ถูกต้องและลดความสับสนให้กับประชาชน ดังนี้ 1. ปริมาณน้ํามันสํารองระดับประเทศมีเพียงพอรองรับการใช้งาน ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณน้ํามันสํารองที่อยู่ในประเทศและระหว่างการขนส่ง ครอบคลุมการใช้งานภายในประเทศ สอดคล้องกับรอบการจัดหาและรอบการผลิตใหม่ ทําให้ระบบการผลิตและจัดส่งน้ํามันสามารถดําเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถสร้างความมั่นคงให้กับระบบพลังงานของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2.การดําเนินการเชิงรุกด้านการขนส่งทางเรือ แม้ว่าสถานการณ์โลกอาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางเดินเรือหลักอย่าง "ช่องแคบฮอร์มุซ" (ซึ่งเป็นทางผ่านของน้ํามันดิบประมาณ 20% ของโลก) แต่กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ ได้ดําเนินการเชิงรุกตามแผนสํารองใน การปรับเปลี่ยนแหล่งจัดหาไว้แล้ว โดยสามารถจัดหาน้ํามันดิบจากแหล่งอื่นที่ไม่ได้ผ่านเส้นทางดังกล่าว เช่น ทวีปแอฟริกา ทวีปอเมริกา เป็นต้น เพื่อป้องกันมิให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ํามันดิบเข้าสู่ระบบการกลั่น
3.การจัดหาน้ํามันดิบอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความผันผวน แม้ตลาดพลังงานโลกจะมีความผันผวน ส่งผลให้ต้นทุนด้านต่างๆ ปรับตัวสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ค่าพรีเมียมน้ํามันดิบ (Crude Premium) ค่าขนส่งทางเรือ (Freight) และค่าประกันภัย แต่กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ ยังคงเดินหน้าจัดซื้อน้ํามันดิบล่วงหน้าและเดินเครื่องการผลิต เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีน้ํามันเชื้อเพลิงรองรับความต้องการใช้ในประเทศเพียงพออย่างต่อเนื่อง และ 4. ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภาครัฐ เพื่อดูแลความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ โดยกลุ่มฯ โรงกลั่นฯ พร้อมทํางานร่วมกับกระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดในทุกมิติ เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์และรักษาเสถียรภาพทางพลังงาน ให้ประชาชนและภาคอุตสาหกรรมมีน้ํามันเชื้อเพลิงใช้อย่างเพียงพอในทุกสถานการณ์
อย่างไรก็ตามปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณน้ํามันในระบบที่สามารถรองรับการใช้งานได้ประมาณ 65 วัน และ กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ ยังมีการจัดซื้อน้ํามันดิบเพื่อนํามาผลิตต่อเนื่องอีกกว่า 30 วัน ส่งผลให้เมื่อรวมทั้งหมดแล้ว ประเทศไทยมีน้ํามันเพียงพอต่อการใช้งานประมาณ 95 วัน ทั้งนี้ กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ ยังคงดําเนินการจัดหาน้ํามันดิบอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างเสถียรภาพทางพลังงานให้กับประเทศในระยะยาว
นอกจากนี้กลุ่มโรงกลั่นยังเปิดเผยเกี่ยวกับประเด็น "ค่าการกลั่นสูง" เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยว โดยยืนยันว่า ค่าการกลั่น (Market GRM) ไม่เท่ากับกําไรสุทธิ ตามที่ปรากฏในข่าว (ที่เพิ่มขึ้นจาก 2 บาทต่อลิตร เป็นประมาณ 6 บาทต่อลิตร) เป็นเพียงดัชนีส่วนต่างราคาน้ํามันในตลาดโลก ซึ่งยังไม่ได้หักต้นทุนสําคัญที่โรงกลั่นต้องแบกรับ ประกอบด้วย ค่าพรีเมียมน้ํามันดิบ (Crude Premium), ค่าขนส่งทางเรือ (Freight) และค่าประกันภัย ซึ่งปัจจุบันต้นทุนเหล่านี้ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 3-6 บาทต่อลิตร นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายในการดําเนินการ กําไร/(ขาดทุน) จากสต็อกน้ํามัน และ กําไร/(ขาดทุน) การบริหารความเสี่ยงด้านราคา ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ค่าการกลั่นไม่ได้สะท้อนผลประกอบการที่แท้จริง
รวมถึงการดําเนินธุรกิจ อยู่ภายใต้กลไกตลาดเสรี (Market Price) โดยระบบการค้าขายน้ํามันของประเทศไทยอิงราคาตลาดโลก โรงกลั่นไม่สามารถกําหนดราคาน้ํามันดิบหรือราคาขายน้ํามันสําเร็จรูปเองได้ โดยต้องอิงราคาตลาดทั้งสองด้าน จึงมีความผันผวนตามสถานการณ์ ตลาดพลังงานโลก ในทางปฏิบัติ โรงกลั่นจําเป็นต้องจัดซื้อน้ํามันดิบล่วงหน้าประมาณ 1–2 เดือน เพื่อให้การผลิตต่อเนื่อง จึงต้องรับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ํามันในตลาดโลก เนื่องจากในวันที่ซื้อน้ํามันดิบ ยังไม่สามารถทราบได้ว่าราคาน้ํามันสําเร็จรูปที่จะขายในอนาคตจะเป็นเท่าใด
และ ต้องยอมรับว่าค่าการกลั่นมีความผันผวนตามวัฏจักรตลาด ในบางช่วงเวลาที่ค่าการกลั่นอาจปรับตัวลดลงอยู่ในระดับที่ต่ํามาก หรือ บางช่วงอาจต่ําจนไม่ครอบคลุมต้นทุนการดําเนินงาน อย่างไรก็ตาม โรงกลั่นยังคงต้องแบกรับภาระและเดินเครื่องผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะมีน้ํามันเพียงพอต่อการใช้งานและไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลนพลังงานภายในประเทศ ซึ่งถือเป็นพันธกิจหลักในการรักษาเสถียรภาพของประเทศ นอกจากนี้กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงมีบทบาทสําคัญในการรักษาเสถียรภาพราคาน้ํามันในประเทศ โดยใช้กลไกชดเชยราคาผ่านผู้ค้าน้ํามัน เพื่อนําไปดูแลราคาขายปลีกให้กับผู้บริโภค จึงไม่ใช่การอุดหนุนผู้ประกอบการโรงกลั่นตามที่บางส่วนเข้าใจคลาดเคลื่อน
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 12:11 54 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 11:48 72 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 10:59 89 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 10:56 83 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 10:47 56 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 10:38 49 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 10:32 63 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 10:24 65 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 10:19 149 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 10:11 167 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 10:05 97 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 09:59 77 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 09:55 73 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 14:37 444 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 13:50 227 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 13:50 188 views