วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2569
19 มี.ค. 2569 10:57 | 459 view
@pracha
ส.อ.ท. ฉาย 3 ฉากทัศน์สงคราม กรณีหนักสุดดัน ‘สินค้า’ ขึ้น 8%
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ส.อ.ท.ประเมินแนวโน้มราคาสินค้าไทยภายใต้ความไม่แน่นอนของสงครามและราคาน้ํามัน แบ่งเป็น 3 ฉากทัศน์หลัก ได้แก่
1.ฉากทัศน์ที่ 1 หากราคาน้ํามันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นในช่วง 1-2 บาทต่อลิตร ถือเป็นการปรับขึ้นในระดับต่ํา ผลกระทบจะอยู่ในวงจํากัด ต้นทุนด้านการขนส่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 3-5% ส่งผลให้ราคาสินค้าโดยรวมปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ในระดับต่ํา ภาคธุรกิจส่วนใหญ่ยังบริหารจัดการต้นทุนได้ แต่ผู้ประกอบการ SMEs อาจเริ่มเผชิญแรงกดดันด้านกําไรมากขึ้น
2.ฉากทัศน์ที่ 2 หากราคาน้ํามันดีเซลปรับเพิ่มขึ้น 2–4 บาทต่อลิตร ผลกระทบจะขยายตัวในวงกว้างมากขึ้น คาดว่าต้นทุนด้านการขนส่งจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 5-12% ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าและบริการในหลายภาคส่วนปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ขณะเดียวกันค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) อาจมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่าระดับ 4 บาทต่อหน่วย จากความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้นราว 3-5% และเริ่มเห็นแรงกดดันเงินเฟ้อในระดับ 0.5-1.0% ภาคธุรกิจโดยเฉพาะ SMEs จะเริ่มประสบปัญหาสภาพคล่องจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่อุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานเข้มข้น เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม เซรามิก ปูนซีเมนต์ เยื่อกระดาษ และเคมี จะได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากต้นทุนพลังงานคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 35-50% ของต้นทุนการผลิต โดยภาพรวมถือเป็นช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มเข้าสู่ภาวะเงินเฟ้อจากต้นทุน
3.ฉากทัศน์ที่ 3 หากราคาน้ํามันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 บาทต่อลิตร จะถือเป็นระดับที่ก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงใกล้เคียงกับช่วงวิกฤตราคาพลังงานจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ปี 2565-2566 ซึ่งราคาน้ํามันดิบปรับตัวสูงถึง 120-140 เหรียญต่อบาร์เรล ในช่วงดังกล่าวรัฐบาลตรึงราคาน้ํามันดีเซลให้อยู่ที่ลิตรละ 34.94 บาท ส่งผลให้กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงติดลบสูงสุดถึง 132,671 ล้านบาท ในไตรมาส 4 ปี 2565
อย่างไรก็ตามระดับราคาน้ํามันดังกล่าวยังคงส่งผลทําให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้นประมาณ 15-20% ขณะที่ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ปรับสูงขึ้นถึง 5.16 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ ทําให้ภาพรวมราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นราว 6-8% และทําให้อัตราเงินเฟ้อของไทยเร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 6% สะท้อนถึงผลกระทบในวงกว้างต่อค่าครองชีพและต้นทุนการดําเนินธุรกิจ
นายเกรียงไกร กล่าวว่า ส.อ.ท. เสนอให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการรองรับเพื่อป้องกันผลกระทบลุกลาม ได้แก่ การอุดหนุนผู้ค้าน้ํามันรายย่อย (Jobber) เพื่อลดช่องว่างราคาน้ํามัน การพิจารณาระงับการส่งออกเศษเหล็ก เศษอลูมิเนียม และเศษกระดาษ เพื่อรักษาวัตถุดิบในประเทศ และการบริหารราคาดีเซลแบบค่อยเป็นค่อยไป
ทั้งนี้ ผลการสํารวจผู้ประกอบการจํานวน 1,340 ราย ครอบคลุม 48 กลุ่มอุตสาหกรรมของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 พบว่าปัจจัยที่ผู้ประกอบการมีความกังวลลดลง ได้แก่ เศรษฐกิจภายในประเทศ 57.5% เศรษฐกิจโลก 53.1% นโยบายภาครัฐ 37.7% ส่วนปัจจัยที่ผู้ประกอบการมีความกังวลเพิ่มขึ้น ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยน (โดยเฉพาะในมุมมองของผู้ส่งออก) 53.6% ราคาพลังงาน 27.5% การเข้าถึงสินเชื่อ 26.9% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 19.8%
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 10:11 54 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 10:05 57 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 09:59 41 views
ข่าว
15 มิ.ย. 2569 09:55 35 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 14:37 393 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 13:50 217 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 13:50 175 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 13:36 176 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 12:10 195 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 12:05 219 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 11:37 194 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 10:52 226 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 10:33 278 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 10:10 192 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 09:57 222 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 09:49 206 views