วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2569
23 มี.ค. 2569 13:46 | 525 view
@pracha
"สมยศ" นํา “14กลุ่มภาคประชาสังคม” ยื่น 3 ข้อ เรียกร้อง ”รัฐบาลอนุทิน“ แก้ปัญหาพลังงาน-ยกเลิกภาษีสรรพสามิตน้ํามัน ลดค่าน้ํามันได้ถึงลิตรละ 11 บาท ปูดศูนย์กลางปั่นราคาน้ํามันอาจอยู่ทําเนียบฯ ซัดบริหารความเสี่ยงล้มเหลว
23 มีนาคม 2569 เวลา 10.30 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทําเนียบรัฐบาล กลุ่มภาคประชาสังคม 14 องค์กร นําโดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นายธัชพงศ์ แกดํา ยื่นหนังสือถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีและรมว. มหาดไทย เพื่อขอให้มีมาตรการเร่งด่วนในการแก้วิกฤตพลังงาน ลดราคาน้ํามัน ตรึงราคาแก๊ส ลดค่าไฟและคุมราคาสินค้า รัฐบาลเกี่ยวกับวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้น โดยมีการนําเอาป้ายข้อความและป้ายไวนิลมาชู แสดงออกถึงข้อเรียกร้อง
โดยกลุ่มภาคประชาสัมคม 14 องค์กร มีขอเรียกร้องต่อรัฐบาลให้มีมาตรการเร่งด่วน 3 ข้อดังต่อไปนี้ 1 ยกเลิกการเก็บภาษีสรรพสามิตนํามัน ปรับลดค่าการกลั่นนํามัน และตรึงราคาแก๊สหุงต้ม (LPG) สําหรับภาคครัวเรือน น้ํามัน ราคาแพงเนื่องจากภาษีที่ซ้าซ้อน ประกอบไปด้วย ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีกองทุนน้ํามัน ภาษีท้องถิ่น ภาษีอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ค่าการกลั่นและการตลาด ดังนั้น ควรยกเลิกภาษีสรรพสามิต ซึ่งจะทําให้น้ํามันลดราคาลงอีกลิตรละ 7 บาท และลดค่าการกลั่นที่โรงกลั่น เพิ่มขึ้นจากลิตรละ 6 บาท ให้เหลือลิตรละ 2 บาท (รวมค่าน้ํามันสามารถลดลงได้อีกลิตรละ 11 บาท) พร้อมทั้งตรึงค่าแก๊สหุงต้ม ส่าหรับภาคครัวเรือนเป็นระยะเวลา 1 ปี 2.ลดค่าไฟฟ้า จากหน่วยละ 4.18 บาท ให้ลดเหลือหน่วยละ 3 บาท ตามที่พรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาลได้เคยหาเสียงไว้ 3.กําหนดมาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ควบคุมสินค้าที่จําเป็นต่อการดํารงชีพ ไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคา จัดท่า สินค้าราคาถูกออกจําหน่ายในทุกชุมชน และอุดหนุนคูปองนํามันให้กับไรเดอร์ผู้ให้บริการขนส่งอาหารและผู้โดยสาร
ทั้งนี้ ขอเน้นย้ําว่าข้อเสนอทั้ง 3 ประการ คือการเรียกร้องให้รัฐบาลทําหน้าที่ดูแลประชาชนในยามที่โลกเผชิญกับวิกฤตการณ์ ค่าครองชีพและสงคราม การตัดสินใจที่ล่าช้าเพียงวันเดียว หมายถึงภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นและคุณภาพชีวิตที่สูญเสียไปของคนไทยนับ หลายล้านคน นี่คือหน้าที่ของรัฐบาลทีต้องบรรเทาความทุกข์ยาก เพือรักษาปากท้องและลมหายใจของประชาชน
โดยนายสมยศ กล่าวปราศรัยว่า วันนี้มาพูดเพราะนายอนุทิน เป็นรัฐบาลที่มาบริหารประเทศ และที่ผ่านมาเห็นถึงความเละเทะไม่ได้เรื่อง โดยเฉพาะกรณีปริมาณน้ํามันสํารองของประเทศที่มีการให้ข้อมูลไม่ตรงกัน ตั้งแต่ 38 วัน เป็น 60 วัน 90 วัน และล่าสุด 100 วัน ซึ่งสร้างความสับสนและขาดความน่าเชื่อถือ โดยตนเองมองว่าเป็นความล้มเหลวในข้อมูลข่าวสารของรัฐบาลนายอนุทิน ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกําลังทําอะไรอยู่ วันนี้จึงทําให้เกิดการกักตุนน้ํามัน รวมถึงการเก็งกําไรในตลาดน้ํามัน ซึ่งเหตุผลที่ทําให้ราคาน้ํามันแพง นั้นเพราะกรณีโรงกลั่นปรับขึ้นราคาน้ํามันอย่างรวดเร็วลิตรละ 4 บาท ทั้งที่ประเทศยังมีสต๊อกเพียงพอ และมีการไปอ้างอิงราคาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสิงคโปร์ ทําให้เกิดต้นทุนเทียม และมาแสวงหากําไร จึงอยากให้รื้อโครงสร้างใหม่ ทั้งที่มีการกลั่นในโรงกลั่นประเทศไทย แต่ยังต้องอิงราคาที่อื่น จึงอยากให้รัฐบาลมีการเสนอต้นทุนที่แทัจริงเพื่อแก้ปัญหาได้ถูกจุด
ทั้งนี้“ไอ้โม่ง” ที่อยู่เบื้องหลัง ขณะที่อีกฝ่ายกลับปฏิเสธ และชี้ว่าการขาดแคลนน้ํามันเกิดจากประชาชนกักตุนเอง ซึ่งนายสมยศเห็นว่า ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เนื่องจากประชาชน ทั่วไปไม่สามารถกักตุนน้ํามันในปริมาณมากได้น้ํามันขัดแคลน เป็นเพราะการเกร็งกําไร และการปั่นราคา ซึ่ง ศูนย์กลางการปั่นราคาอยู่ตรงข้ามตนเองที่กําลังพูดอยู่ (ก็คือทําเนียบรัฐบาล ) ส่วนไอ้โม่งเป็นใคร ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน ไม่ใช่ใครอื่น คือคนที่ทุกท่านรู้จักดี ที่พูดบอกว่าไม่มีไอ้โม่งนั่นแหละ คนนั้นคือไอ้โง่ นี่คือสิ่งที่ตนเองต้องการมาบอกประชาชนทุกคน
ด้านนายธัชพงศ์ กล่าวว่า วันนี้ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ แต่สะท้อนภาวะผู้นําในภาวะวิกฤต เราเห็นการบริหารจัดการความเสี่ยงของนายอนุทิน ต้องถามว่ารู้หรือไม่ในวันที่เกิดสงคราม ราคาน้ํามันจะสูงขึ้น และจะเกิดวิกฤตพลังงาน โดยสิ่งที่นายอนุทิน ทําในฐานะผู้นําจําเป็นต้อง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ คนบริหารความเสี่ยงผิดพลาด แล้วทําให้สิ่งที่จะเผชิญในวันนี้ รวมถึงความทุกข์ยากที่ต้องไปต่อแถวเข้าคิวรอซื้อน้ํามัน เกิดจากความผิดพลาดของผู้นําเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ผู้นําในภาวะวิกฤต นายอนุทิน ต้องยอมรับและพูดความจริงว่าน้ํามันที่สํารองอยู่ตอนนี้มีเท่าไหร่ กําลังจะนําพาประชาชนเผชิญกับอะไร ถ้าไม่พูดความจริงประชาชนก็จะไม่รู้อนาคตของตัวเอง นายอนุทินพูดคําว่า “มีน้ํามันเพียงพอ” แต่ประชาชนกับรีบไปซื้อน้ํามัน ซึ่งหมายถึงมีสัญญาณบางอย่างว่าประเทศจะเข้าสู่วิกฤตขั้นรุนแรง
ทั้งนี้สิ่งตนอยากเน้นย้ําคือค่าโง่โรงไฟฟ้า ปกติไฟฟ้าสํารองของประเทศควรอยู่แค่ 15% แต่ปัจจุบันมีไฟฟ้าสํารอง 50% แต่ในสลิปค่าไฟแต่ละเดือน เราต้องเสียค่าโง่ ที่แฝงอยู่ในค่า FT คําถามคือรัฐบาลชุดนี้ ในภาวะวิกฤต จะแก้ไขปัญหาและกล้าคุยกับแหล่งทุนผูกขาดพลังงานไฟฟ้าหรือไม่ กล้ารื้อสัญญาหรือโครงสร้างพลังงานไฟฟ้าใหม่หรือไม่ ดังนั้นจึงขอเรียกร้องภาวะผู้นําของนายกรัฐมนตรี ที่แสดงสปิริตความกล้า วันนี้ความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐบาลนายอนุทิน เข้าสู่วิกฤติศรัทธาขนาดยังไม่ทํางานเต็มที แค่เริ่มก็ผิดพลาดแล้ว
สิ่งที่ต้องเผชิญหลังสงกรานต์ คือภาวะเศรษฐกิจ คําถามคือจะอยู่อย่างไรในสภาวะแบบนี้ ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลทําในฐานะผู้นํา ต้องสามัคคีและนําประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา และหากพูดความจริงประชาชนพร้อมที่จะช่วย แต่หากไม่พูดปกปิดเพื่ออุ้มผลประโยชน์ให้กับไอ้โม่งทั้งหลายที่เป็นกลุ่มทุนผูกขาด ประชาชนจะตายและจะนําไปสู่คําว่ารัฐล่มสลาย ในภาวะสงครามสิ่งที่ผู้นําประเทศต้องการรักษาความมั่นคงของรัฐ แต่ความมั่นคงของรัฐจะมี ต้องรักษาความมั่นคงของประชาชนด้วย แต่วันนี้รัฐบาลกําลังนําพาประเทศไปสู่การล่มสลายของรัฐ
“วันนี้ไม่ใช่เรื่องของสีใดๆไม่ใช่ฝ่ายซ้ายหรือฝ่ายขวาสุดโต่ง แต่เป็นเรื่องของประชาชนทุกคนที่จะมารวมกัน“
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากมีการยื่นหนังสือ ทําตัวแทนได้มีการแสดงละครเพื่อจําลองถึงสถานการณ์ที่ประชาชน ต้องเผชิญในขณะที่ประชาชนไปซื้อน้ํามันที่ปั้ม สะท้อนสิ่งที่นายอนุทิน เคยระบุว่า น้ํามันขาดแคลนเกิดจากกรประชาชนตื่นตระหนก แห่กักตุนน้ํามัน และยังบอกว่าไม่มีไอ้โม่ง
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 14:37 361 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 13:50 212 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 13:50 165 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 13:36 173 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 12:10 189 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 12:05 205 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 11:37 189 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 10:52 222 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 10:33 269 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 10:10 183 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 09:57 218 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 09:49 203 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 09:28 908 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 08:20 506 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 19:55 309 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 17:43 222 views