วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2569
24 มี.ค. 2569 14:17 | 1912 view
@supakitt
กองทัพบกเปิดพื้นที่ “แม่สอด–ตาก” นําสื่อเกาะติดภารกิจชายแดน โชว์ศักยภาพ “โดรน AI–DIY” หนุนปฏิบัติการยุคใหม่ ควบคู่ดูแลความปลอดภัยประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบฝั่งเมียนมายังตึงเครียด
ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก นําโดย พลตรี วินธัย สุวารี เลขานุการกองทัพบก ในฐานะหัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก นําคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่อําเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อติดตามภารกิจด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา

โอกาสนี้ คณะได้เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจําหน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกําลังนเรศวร เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนรับฟังการบรรยายสรุปภารกิจ โดย พันเอก ชนกานต์ แสงศร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนู ซึ่งได้รายงานภาพรวมสถานการณ์ชายแดนที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

จากนั้น พันเอก ณัฐกร เรือนติ๊บ ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยฟีนิกซ์ ได้นําเสนอการใช้งานอากาศยานไร้คนขับ หรือ “โดรน” ในภารกิจทางทหาร โดยเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีให้ทันสมัย ด้วยการนําระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน และลดผลกระทบจากการรบกวนสัญญาณ
ขณะเดียวกัน ยังมีการพัฒนาแนวคิด “โดรนแบบ DIY” ในระดับหน่วยยุทธวิธี เพื่อให้กําลังพลสามารถประกอบ ปรับแต่ง และซ่อมแซมได้ด้วยตนเองในสนามรบ เพิ่มความคล่องตัวและลดข้อจํากัดด้านการส่งกําลังบํารุง

สําหรับโดรนที่ใช้งาน แบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ โดรนขนาดใหญ่ ราคาประมาณ 500,000 บาทต่อลํา และโดรน FPV หรือโดรนพลีชีพ ราคาประมาณ 20,000 บาทต่อลํา ซึ่งมีความคุ้มค่าในการทําลายเป้าหมายสําคัญ เช่น ยานเกราะ หรืออุปกรณ์รบกวนสัญญาณของฝ่ายตรงข้าม
ปัจจุบัน กองทัพบกได้พัฒนากําลังพลด้านนี้อย่างต่อเนื่อง ผ่านทีม “Phoenix” โดยผลิตนักบินโดรนแล้วกว่า 400 นาย รวม 11 รุ่น และมีการฝึกทุก 2 เดือน ครอบคลุมทั้งการบิน การซ่อมบํารุง และการรับมือกับสงครามอิเล็กทรอนิกส์ อีกทั้งยังขยายการฝึกไปยังเหล่าทัพอื่น เช่น หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ
ทั้งนี้ เทคโนโลยีโดรนมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนถึงรุ่นที่ 5 ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความมั่นคงของโลก
นอกจากภารกิจทางทหาร โดรนยังถูกนํามาใช้ในงานด้านความมั่นคงภายใน เช่น การลาดตระเวนสกัดกั้นการกระทําผิดกฎหมายตามแนวชายแดน โดยล่าสุดสามารถตรวจจับและสกัดการลักลอบขนน้ํามันกว่า 20,000 ลิตร รวมถึงสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ

ต่อจากนั้น คณะได้เดินทางไปยังฐานปฏิบัติการบ้านแม่โกนเกน ตําบลมหาวัน อําเภอแม่สอด ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ หลังเกิดการเปลี่ยนแปลงแนวแม่น้ําเมยจากเหตุอุทกภัยในอดีต
สําหรับสถานการณ์ชายแดน ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 พบว่ามีการสู้รบรวม 288 ครั้ง ใช้อากาศยาน 46 ครั้ง และโดรนถึง 190 ครั้ง ส่งผลให้มีกระสุนและอาวุธหนักตกในฝั่งไทย มีผู้บาดเจ็บ 9 ราย และบ้านเรือนเสียหายกว่า 100 หลัง

กองทัพบกได้ดําเนินมาตรการตอบโต้ตามความเหมาะสม ด้วยการยิงเตือน และประสานผ่านกลไกคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น หรือ TBC อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่ออธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนไทย
ขณะเดียวกัน ยังเฝ้าระวังสถานการณ์ผู้หนีภัยความไม่สงบ ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต พร้อมยืนยันว่าทุกการปฏิบัติของกองทัพยึดหลักมนุษยธรรม ควบคู่กับการรักษาความมั่นคงของประเทศอย่างสูงสุด
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 16:59 61 views
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 16:42 65 views
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 16:30 63 views
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 16:26 59 views
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 16:20 76 views
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 16:19 84 views
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 16:09 76 views
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 15:15 84 views
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 14:47 138 views
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 14:42 88 views
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 14:37 78 views
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 14:22 62 views
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 14:15 90 views
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 14:06 103 views
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 13:44 116 views
ข่าว
22 มิ.ย. 2569 10:44 77 views